“กรมพินิจ” เซ็นMOU “บ้านพระพร” เตรียมความพร้อมให้เยาวชนก่อน-หลังปล่อยตัว

“กรมพินิจ” เซ็นMOU “บ้านพระพร” เตรียมความพร้อมให้เด็กและเยาวชนก่อน-หลังปล่อยตัว วางแผนชีวิต-แนะนำการศึกษา-ฝึกอาชีพ หวังให้ออกไปใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติ-ไม่หวนทำความผิดซ้ำอีก

ที่ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม มีการจัดพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การสนับสนุนและส่งเสริมการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยและการสงเคราะห์ภายหลังการปล่อย ระหว่าง กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ มูลนิธิบ้านพระพร (พัมธกิจเรือนจำคริสเตียน) โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ นายสุนทร สุททรธาราวงศ์ ประธานมูลนิธิบ้านพระพร เป็นผู้ร่วมลงนาม

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายซ้ำของเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การดำเนินงานดังกล่าวไม่สามารถบรรลุผลได้หากปราศจากความร่วมมือ และช่วยเหลือสนับสนุนจากภาคประชาสังคม โดยเครือข่ายมีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนการดำเนินงานของกรมพินิจฯ ทั้งด้านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูเด็กและเยาวชน การสนับสนุนการเรียนการสอนการประกอบอาชีพ รวมถึงการติดตามช่วยเหลือเด็กและเยาวชนภายหลังปล่อย ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการของกรมพินิจฯ และเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และการสงเคราะห์ภายหลังปล่อย ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัย ทักษะ ประสบการณ์ และการสนับสนุนจากภาคประชาสังคม กรมพินิจฯจึงได้ประสานความร่วมมือกับมูลนิธิบ้านพระพร พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้มีจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กและเยาวชน ลดปัจจัยเสี่ยงและเสริมสร้างปัจจัยปกป้องให้เด็กและเยาวชนมีความพร้อมที่จะกลับไปอยู่กับสังคมภายนอกได้อย่างปกติสุขและไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

นายสุนทร กล่าวว่า มูลนิธิบ้านพระพร ได้ดำเนินงานการอบรมและการให้ความช่วยเหลือแก่เยาวชนในสถานแรกรับและศูนย์ฝึกต่างๆกว่า 20 แห่งมาเป็นเวลาหลายสิบปี วัตถุประสงค์เพื่อให้ความร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับสถานแรกรับและศูนย์ฝึกฯ โดยมูลนิธิมีนโยบายการทำงานช่วยเหลือเยาวชนแบบครบวงจรและมีความยั่งยืน มีขั้นตอนหลักๆ คือ 1.จัดทีมเข้าอบรมพัฒนาส่งเสริมชีวิต มุ่งปรับทัศนคติใหม่แก่เยาวชน 2.จัดทีมเข้าทำกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพแก่เยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว 3.จัดทีมเข้าให้ความความรู้และร่วมให้คำแนะนำถึงการวางแผนใช้ชีวิตหลังปล่อยตัว 4.จัดสถานที่บ้านกึ่งวิถีบ้านพระพร เพื่อให้การรองรับและช่วยเหลือเยาวชนที่มีปัญหาและต้องการรับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในด้านการศึกษา การทำงาน และอื่นๆ 5.ให้การสนับสนุนด้านอาชีพและการส่งเสริมอื่นๆที่เหมาะสมกับเยาวชนแต่ละคน และ 6.จัดทีมให้การดูแลและติดตามให้กำลังใจและให้การปรึกษาแก่เยาวชนเพื่อสร้างความมั่นใจว่า เยาวชนแต่ละคนจะสามารถเป็นคนดี และไม่กลับไปใช้ชีวิตผิดๆ อีก ด้วยการทำงานของมูลนิธิดังที่กล่าว เราได้รับความสำเร็จและสามารถช่วยเหลือเยาวชนได้จำนวนมาก และการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มูลนิธิมุ่งหวังที่จะให้ การทำงานของเราเกิดประโยชน์แก่เยาวชนมากขึ้น

แสดงความเห็น