“ชัชชาติ” ลงพื้นที่ย่านมีนบุรี ชูเชื่อมต่อ รถรางเรือ พัฒนามีนบุรี เป็นเมือง แซทเทิลไลท์ จัดผังเมืองเฉพาะ

“ชัชชาติ” ลงพื้นที่ ย่านมีนบุรี ชูเชื่อมต่อ รถรางเรือ พัฒนามีนบุรี เป็นเมือง แซทเทิลไลท์ จัดผังเมืองเฉพาะ เพื่อบรรเทาภาระกรุงเทพชั้นใน มอง กรุงเทพธนาคมควรเปิดเผยตัวเลขงบประมาณ เพื่อให้กทม.วางแผนการจัดเก็บรายได้-ใช้หนี้ ให้เกิดความเป็นธรรม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหมายเลข8 ลงพื้นที่ ตลาดน้ำขวัญเรียม เขตมีนบุรี เพื่อพบปะพูดคุยกับประชาชน โดยในช่วงเช้า ที่บริเวณวัดบำเพ็ญเหนือ มีการตักบาตรพระ โดยนายชัชชาติได้ร่วมไหว้พระทำบุญด้วย จากนั้นลงเรือ เพื่อสำรวจคลองแสนแสบ และสำรวจประตูระบายน้ำคลองบางชัน ซึ่งเป็นด่านแรกที่จะป้องกันน้ำไหลเข้ากรุงเทพ กทม. และลงพื้นที่จุดดตัดรถไฟฟ้าสายสีชมพู-ส้ม

โดยนายชัชชาติ บอกว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ ในเขตมีนบุรีอนาคตจะสะดวกขึ้น เพราะมีรถไฟฟ้าสายสีส้ม และบริเวณตลาดน้ำขวัญเรียม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  จึงต้องพัฒนาแหล่งชุมชนให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสร้างเศรษฐกิจได้ รวมถึงบริเวณคลองแสนแสบจุดนี้มีการเดินเรือไฟฟ้าที่กทม.นำมาใช้ ต่อมาจากเรือเร็วปกติ ทำให้ประชาชนมีความสะดวกขึ้น ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและ PM2.5 แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องความจุแบตเตอรี่และความเร็วของเรือ ทั้งนี้จะพัฒนาต่อในการขยายการเรือไปคลองลาดพร้าวว่าจะทำได้หรือไม่ รวมถึงจะต้องเข้มงวดเรื่องการกำจัดน้ำเสียในชุมชน แม้จะมีบ่อบำบัดน้ำเสียงจากต้นทางที่มีนบุรี แต่ก็ต้องช่วยให้มีการบำบัดน้ำเสียจากในพื้นที่ชุมชนต่างๆ โดยเริ่มจากจิตสำนึกของคนก่อน และคลองแสนแสบยังเป็นตัวหลักในการระบายน้ำ หากมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมก็จะต้องหารือกับกรมชลประทาน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมกรุงเทพ เพราะคลองจะเป็นหัวใจของเมืองที่ กทม.ต้องดูแลและพัฒนาต่อ

ส่วนการเชื่อมต่อรถรางเรือในบริเวณนี้ เนื่องจากชาวบ้านเข้าถึงรถไฟฟ้ายาก ดังนั้น กทม.จะต้องจัดระบบการเดินทางหากขสมก.ไม่เดินรถ กทม.อาจจะต้องจัดการเดินรถเองในบางจุด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบการเดินทาง ทั้งนี้ก็มีแนวคิดจะทำมีนบุรีให้เป็นเมือง แซทเทิลไลท์ หรือเมืองบริวาร จึงต้องมีการทำผังเมืองเฉพาะขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์กลางเมือง ในอนาคตจะได้บรรเทาภาระเมืองชั้นในได้ด้วย

ส่วนกรณีที่นายชัชชาติมีแนวคิดที่จะใช้งบประมาณให้น้อย ในขณะที่ กทม.ยังมีหนี้สิ้นอยู่จำนวนมากนั้น กทม.จะจัดเก็บรายได้อย่างไรนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมารายได้ของกทม.ลดลงไปหมื่นกว่าล้านบาทจากการลดภาษีสิ่งปลูกสร้างจากการที่รัฐบาลออกกฎหมาย ทำให้กทม.ต้องรับภาระ แต่ในปีนี้เริ่มดีขึ้นเพราะจะเห็นรายได้ของกทม.กลับคืนมา  ซึ่งตนเองมองว่า กทม.ควรต้องจริงจังกับการเก็บภาษีให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเป็นไปตามความเหมาะสม แต่ไม่ได้เป็นการไปเพิ่มภาระให้กับประชาชน เช่นภาษีที่ดิน การประเมินราคาป้าย ซึ่งจะต้องทำให้โปร่งใสและให้ได้ผลตอบแทนมากที่สุด รวมถึงจะต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพราะจะทำให้มีเงินเหลือไปทำอย่างอื่น และกทม.จะต้องคิดหารายได้เพิ่มขึ้น เช่น ป้ายโฆษณาในเมือง จะต้องไปดูว่ารายได้เข้า กทม.แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ ยุติธรรมกับกทม.หรือไม่ ยุติธรรมกับประชาชนที่เป็นเจ้าของกทม.หรือไม่ ซึ่งจะต้องไปทบทวนแหล่งรายได้เหล่านี้ว่าจะทำให้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร แม้กระทั่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลังปี 72 ทุกอย่างจะตกเป็นของกทม. ซึ่งมีรายได้ปีละหมื่นล้านก็จะตกเป็นของกทม.ด้วย แต่กทม.ต้องจ่ายค่าเดินรถที่มีสัญญาไปถึงปี 85ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะไม่รู้ว่าสัญญาจ้างการเดินรถเป็นอย่างไร เพราะส่วนต่างระหว่างรายได้กับค่าเดินรถจะเป็นตัวที่ทำให้ได้รายได้เพิ่ม โดยจะต้องได้กำไรไม่น้อยกว่าที่เอกชนได้ในปัจจุบัน

ส่วนหนี้หลายหมื่นล้านจะต้องไปดูว่า หนี้ส่วนไหนจ่ายหรือไม่จ่ายอย่างไร ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นหนี้ภาระรถไฟฟ้า ค่าเดินรถที่ไม่ได้เก็บในส่วนต่อขยาย และกทม.ก็มีเงินสำรองที่เป็นเงินสะสมไม่มีภาระผูกพัน ซึ่งแม้กทม.จะมีตัวเลขงบดุลเห็นอยู่ แต่งบดุลของบริษัทลูก อย่างกรุงเทพธนาคม ไม่ได้เอาตัวเลขใส่ ทำให้ไม่ทราบตัวเลขที่แท้จริง ดังนั้นมองว่ากรุงเทพธนาคมก็ต้องเปิดเผยตัวเลขงบประมาณต่างๆด้วย

นายชัชชาติ ยังย้ำถึงกรณีการจัดโซนนิ่งการชุมนุมด้วยว่า กทม.แค่เตรียมสถานที่ไว้ให้แต่ถ้าผู้ชุมนุมไม่อยากมาไปชุมนุมที่อื่นก็บังคับไม่ได้ ก่อนหน้านี้ตนเองอาจจะพูดไม่ชัด แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการจัดโซนนิ่งแต่เป็นการเตรียมสถานที่ไว้ อำนายความสะดวกให้เท่านั้น แม้ประชาชนจะไปชุมนุมพื้นที่ข้างนอกที่ไม่ใช่พื้นที่ที่จัดไว้ หน้าที่กทม.ก็ต้องดูแลประชาชนเหมือนกัน  และยืนยันไม่ได้ทะเลาะกับ ช่อ พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้าที่ออกมาให้ความเห็นเรื่องนี้ พร้อมระบุว่าทยังมีเวลาที่จะต้องพูดคุยรับความคิดเห็นในเรื่องนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

แสดงความเห็น