‘แชมป์เอฟเอคัพ’ กับบันไดทางลัดของ ‘ปราสาท-กว่างโซ้ง-แข้งเทพ-ฉลาม’

DST.Special Report : จับสลากประกบคู่กันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดในประเทศ เอฟเอ คัพ โดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะพบกับ ชลบุรี เอฟซี และแบงค็อก ยูไนเต็ด พบกับ เชียงราย ยูไนเต็ด

สมน้ำสมเนื้อ ดุเดือดเลือดพล่านแน่นอน เพราะ 4 ทีมในรอบรองชนะเลิศ ล้วนปรารถนาที่จะครองถ้วยแชมป์รายการนี้มากกว่าปีไหนๆ

สาเหตุเพราะ การคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ปีนี้ มันมีความหมายมากกว่าแค่รับเงินรางวัล และหิ้วถ้วยกลับไปประดับตู้เกียรติยศ 

นั่นคือ การได้ขึ้นลิฟต์ไปเล่นรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีกส์ หรือ เอซีแอล รอบแบ่งกลุ่ม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เองหมายมั่นปั้นมือกับถ้วยใบนี้มาตั้งแต่รู้ตัวว่า สิ้นหวังในฟุตบอลลีกแล้ว พยายามเน้นทุกแมตซ์เพื่อปูพรมไปสู่การแชมป์

แม้บุรีรัมย์ จะการันตีได้ไปเล่นเอซีแอล ในฐานะรองแชมป์ไทยลีก หากแต่การไปในฐานะรองแชมป์ลีก ไม่ได้เป็นความปรารถนาสูงสุดของพวกเขา 

เนื่องจากจะต้องไปเล่นรอบเพลย์ออฟ ต้องฝ่าด่านทีมจากญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ที่ทีมจากไทยมักจะตกม้าตายกันรอบนี้อยู่เป็นประจำ

“ปราสาทสายฟ้า” ต้องการถ้วยใบนี้ เพื่อเป็นทางลัดสู่รอบแบ่งกลุ่ม เช่นเดียวกับอีก 3 ทีม โดยเฉพาะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พวกเขาจบอันดับ 4 ในไทยลีก สถานะปัจจุบันคือ ไม่ได้ไปเล่นเอซีแอล 

ทว่า หากพวกเขาคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ มันจะเป็นทางลัดไปสู่เอซีแอล ในรอบแบ่งกลุ่มทันที งานสบายกว่าอันดับ 2 และอันดับ 3 ของไทยลีก ที่ต้องไปเล่นรอบเพลย์ออฟ

“กว่างโซ้งมหาภัย” เอง พวกเขามี 2 ทางเลือกในรายการ เอฟเอ คัพ นั่นคือ คว้าแชมป์ให้ได้

เพื่อการันตีการไปเล่นเอซีแอลรอบแบ่งกลุ่ม หรือหากฝ่าด่านรอบนี้ไปไม่ได้ พ่ายให้กับแบงค็อก ยูไนเต็ด ก็ต้องลุ้นให้บุรีรัมย์ชนะชลบุรี และลุ้นให้ไปถึงแชมป์

เพราะถ้าบุรีรัมย์ เป็นแชมป์ เอฟเอ คัพ พวกเขาจะไปเล่นเอซีแอลรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้โควตารองแชมป์ลีก เลื่อนไปที่อันดับ 4 อย่างเชียงราย 

ขณะที่ชลบุรี เอฟซี กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รายแรกห่างเหินการไปเล่นถ้วยเอเชียมานาน พวกเขาก็แอบหวังว่าจะได้กลับไปสูดดมรายการนี้อีกครั้ง ดังนั้น ดูแล้วไม่มีอะไรจะเสีย น่าจะสู้กับบุรีรัมย์เต็มที่

ฝั่ง แบงค็อก ยูไนเต็ดเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับชลบุรี ปีนี้พวกเขาทำผลงานในลีกได้ไม่ดี รายการนี้จึงเหมือนเป็นบันไดทางลัดให้ได้ไปเล่นเอซีแอลรอบแบ่งกลุ่ม จึงน่าจะบดกับเชียงรายสนุก

ถือเป็นความมันที่จะคอบอลจะได้รับอรรถรสกันตั้งแต่รอบรองชนะเลิศ เพราะมันกลายเป็นรายการที่มีความหมายมากๆ นับตั้งแต่ไทยได้โควตาไปเอซีแอล 4 ที่นั่ง (แชมป์ไทยลีก-แชมป์เอฟเอคัพ ได้เล่นรอบแบ่งกลุ่ม, รองแชมป์ไทยลีก-อันดับ 3 ได้เล่นรอบเพลย์ออฟ)

ถ้วยใบนี้กลับมาได้รับความสำคัญ และทำให้ทุกทีมมีโอกาสแม้จะอยู่ส่วนไหนของตารางคะแนนไทยลีก หรือแม้แต่ทีมในระดับลีกรอง ก็สามารถตีตั๋วไปถ้วยเอเชียได้ถ้าคว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ

ปีนี้ได้ดูบอลสนุกๆ กันจนวินาทีสุดท้ายของฤดูกาลจริงๆ.

______________

เรียบเรียงโดย : วนิลาสกาย
ขอบคุณภาพ : สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, ชลบุรีเอฟซี, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด