“ไทย” จับมือ “สิงคโปร์” ส่งมอบเรือลาดตระเวนให้ “เมียนมา-ลาว” เสริมพลังสกัดกั้นยาเสพติดในอาเซียน “สมศักดิ์”ยันความร่วมมือแน่น หวังภูมิภาคปลอดภัยมากขึ้น

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายเควิน ฉ็อก เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามหนังสือตราสารการโอนกรรมสิทธิ์ (Deed of Grant) และส่งมอบเรือลาดตระเวน ระหว่างไทย – ลาว และไทย – เมียนมา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการลาดตระเวนสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนลุ่มน้ำโขง โดยมี นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นายวงเพ็ด แสนวงสา รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว และ พันตำรวจเอก ลา มิน ผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการและแผน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเมียนมา ณ ท่าเรือ BMT Pacific จ.สมุทรปราการ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การส่งมอบเรือในครั้งนี้ เป็นไปตาม แผนความร่วมมืออาเซียนเพื่อต่อสู้กับปัญหาการลักลอบผลิตและการค้ายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ  ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มในการผลักดันให้ประเทศอาเซียนทั้งหมด ช่วยสนับสนุนประเทศอาเซียนตอนบนที่มีพื้นที่ติดต่อกับสามเหลี่ยมทองคำ ได้แก่ ประเทศไทย สปป.ลาว และเมียนมา แผนความร่วมมืออาเซียนดังกล่าว ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด  ประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ริเริ่มการเจรจา เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากประเทศอาเซียน และเป็นผู้นำในการจัดทำแผนความร่วมมือดังกล่าว จึงเป็นผู้แทนในการรับมอบเรือจากประเทศสิงค์โปร์ ประกอบด้วย เรือลาดตระเวน PT 1 ลำ และเรือลาดตระเวน SU 2 ลำ เรือลาดตระเวนทั้ง 3 ลำนี้ จะถูกส่งมอบให้กับ สปป.ลาว และเมียนมา เพื่อนำไปใช้ในภารกิจการลาดตระเวน สอดคล้องกับ แผนปฏิบัติการสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ทั้งการสกัดกั้นมิให้สารตั้งต้นเข้าไปสู่แหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ รวมทั้งสกัดกั้นมิให้ยาเสพติดออกจากแหล่งผลิตมาสู่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของประเทศอาเซียน และทำให้ภูมิภาคอาเซียนทั้งหมดจะมีความปลอดภัยจากยาเสพติดมากขึ้น 

จากนั้น นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า แผนการร่วมมือครั้งนี้ คือการร่วมมือกันระหว่างอาเซียนในการปราบปรามยาเสพติด ถ้านักค้ายาเขาส่งยาเสพติดทางบกไม่ได้เข้าก็ไปทางเรือหรือทางอากาศ ทั้งเครื่องบินและไปรษณีย์ ยาเสพติดสามารถไปได้หมดถ้าหากทางไหนสะดวก สิ่งต่างๆตรงนี้เราปล่อยปะละเลยไม่ได้ เพราะยาเสพติดมีมูลค่าถึง 6 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี จากบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ จึงมีความจำเป็นที่สุดในเรื่องของความร่วมมือตรงนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีผลปฏิบัติงานที่เราน่าพึงพอใจ ซึ่งเรื่องเรือเราได้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้ว 2 ครั้ง เพราะเรื่องของการขนส่งยาเสพติดนั้นสำคัญ และเราทั้ง 3 ประเทศเข้าใจกันดีเพราะเราร่วมแรงร่วมใจกันมาตั้งแต่ปี 2560 แล้ว

แสดงความเห็น