

โดย “ดาบสองคม”
ภาพประชาชนแบกแกลลอนยืนตาปริบ ๆ หน้าหัวจ่าย คือ “หลักฐาน” อย่างดีที่ตอกหน้า พรรคสีน้ำเงิน ว่าสโลแกนขายฝันนั้นแท้จริงก็แค่การ “เล่นลิ้นไปวัน ๆ”
ปากบอกน้ำมันพอ แต่ของจริงหายจ้อย แถมยังทำเก่งเตรียมปล่อยมือจากเพดาน 33 บาท ให้ดีเซลพุ่งทะลุปล่อง ทิ้งระเบิดเวลาลูกเบ้อเริ่มใส่ปากท้องชาวบ้านแบบไม่แยแส
หากวันหนึ่งน้ำมันสำรองที่อ้างว่ามีนับร้อยวัน เกิด “หมดเกลี้ยง” ขึ้นมาจริงๆ ระบบโลจิสติกส์จะล่มละลาย สินค้าเกษตรจะเน่าคาสวน รถพยาบาลจะกลายเป็นเพียงเศษเหล็กเคลื่อนที่ไม่ได้
โรงงานอุตสาหกรรมจะปิดตัวถาวร ทิ้งคนตกงานนับล้านให้เผชิญชะตากรรม เป็นมิคสัญญีที่เกิดจากน้ำมือของนักการเมือง ที่บอกว่า พูดแล้วทำ แต่ทำไม่ได้
ส่วนที่น่าสมเพชไม่แพ้กัน… คือเหล่า “พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ที่จู่ๆ ก็เกิดอาการ “ลิ้นคับปาก” ขึ้นมาเสียดื้อๆ
ภาพที่เคยประกาศกร้าวจะสู้เพื่อปากท้องชาวบ้านหายวับไปกับตา เปลี่ยนเป็นพฤติกรรม “สงบปากสงบคำ” ราวกับกลัวว่าถ้าด่ารัฐบาลแรงเกินไป วันหน้าชื่อตัวเองจะหลุดออกจากบัญชี “ตัวสำรองรอเสียบ” เก้าอี้รัฐมนตรีหน้าใหม่
ความเก๋าเกมในสภาหายไปไหนหมด? วันนี้เหลือเพียงพฤติกรรม “ติ๋มในสภา แต่จ้องตาเป็นมันไปที่เก้าอี้ในทำเนียบ” นี่คือการหักหลังคะแนนเสียงที่เคยไปกราบกรานขอมาอย่างเลือดเย็นที่สุด
สุดท้ายแล้ว ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดบอด ที่รัฐบาลไร้ฝีมือสบตากับฝ่ายค้านไร้กระดูกสันหลัง รุมทึ้งผลประโยชน์บนความพังพินาศของชาติอย่างไม่ละอายใจ!
แสดงความเห็น










