

โดย “ดาบสองคม”
ภาพรถต่อคิวยาวเหยียดตามปั๊มน้ำมันวันนี้ ไม่ใช่ฉากในหนัง แต่มันคือ “ความจริงที่รัฐบาลมองไม่เห็น” ในขณะที่หน้าจอทีวีและกระบอกเสียงภาครัฐยังคงพ่นประโยคเดิม ๆ ว่า “น้ำมันมีพอ ไม่ต้องตกใจ”
คำถามคือ ถ้ามันไม่ขาด แล้วที่ชาวบ้านไปตากแดดรอเติมกันครึ่งค่อนวันนั้น เขาไปทัศนศึกษาหรืออย่างไร?
การอ้างว่าเป็นรัฐบาลรักษาการ ไร้อำนาจเต็ม ฟังดูเป็นข้อแก้ตัวที่จืดชืดที่สุด เพราะในความเป็นจริง กระทรวงพลังงานก็ยังเป็นโควตาเดิม รัฐมนตรีก็คนเดิมจากพรรคภูมิใจไทย เจ้าของสโลแกน “พูดแล้วทำ” แต่วิกฤตคราวนี้ดูเหมือนจะ “พูดอย่าง ทำอย่าง”
ถ้าบริหารจัดการไม่ไหว การยอมรับความจริง และออกมาตรการรับมือล่วงหน้า คือสิ่งที่ “มืออาชีพ” เขาทำกัน การหลอกตัวเองว่ารับมือได้ไปวัน ๆ เท่ากับกำลังผลักประชาชนลงเหว
เพราะถ้าวันหนึ่งมัน “เอาไม่อยู่” จริง ๆ ประชาชนจะปรับตัวไม่ทัน และนั่นแหละคือวิกฤตของจริงที่ไม่ได้อยู่แค่ในถังน้ำมัน แต่ลามไปถึงปากท้องทั้งประเทศ
หันมามองฝั่งสภาฯ ก็น่าอนาถใจไม่แพ้กัน เราเห็นพรรคฝ่ายค้านบางพรรค ที่ออกมาขยับเขยื้อนเรื่องนี้ ในขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ๆ กลับเงียบเชียบจนน่าสงสัย
หรือข่าวลือที่ว่า “ฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพ” จะเป็นเรื่องจริง? ต่างคนต่างเดิน ต่างคนต่างดันวาระตัวเอง หรือร้ายไปกว่านั้น คือการรักษาท่าทีเพื่อรอส้มหล่น “ขอร่วมรัฐบาล” ในอนาคต?
ภาพการจับมือกันกดดันรัฐบาล เพื่อผลักดันปากท้องของประชาชนหายไปไหน หรือคำว่า “ความหวังของประชาชน” มันใช้ได้แค่ตอนหาเสียง?
สุดท้ายแล้ว เรากำลังเห็นภาพสะท้อนที่น่าเวทนาที่สุดของระบบรัฐสภาไทย ฝั่งรัฐบาลก็เก่งแต่สร้างภาพลวงตา บริหารงานแบบ “ขายผ้าเอาหน้ารอด” หลอกตัวเองไปวันๆ ว่าเอาอยู่ ทั้งที่ความจริงกลวงโบ๋
ส่วน ฝั่งฝ่ายค้าน ก็มัวแต่เล่นบท “ติ๋ม” รักษาท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว เหมือนกลัวจะไม่ได้เข้าพวกกับเขาสมัยหน้า จนลืมไปว่าเงินเดือนทุกบาทของพวกท่าน มาจากภาษีของคนที่กำลังตากแดดรอเติมน้ำมัน
เมื่อรัฐบาลไม่มีน้ำยา และฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพ ประเทศจะเดินไปทางไหน? คำตอบคือ “เดินลงเหว” ครับ เพราะในขณะที่พวกท่านกำลังดีดลูกคิดคำนวณส่วนแบ่งอำนาจและผลประโยชน์
ประชาชนกลับต้องมานั่งคำนวณว่า น้ำมันก้นถังจะเหลือพอไปส่งลูกที่โรงเรียนไหม?
ถ้ายังเป็นกันอยู่แบบนี้ ไม่ต้องถามหาอนาคตประเทศหรอกครับ เพราะแค่น้ำมันจะขับไปให้พ้นวันนี้…พวกท่านยังทำให้ไม่ได้เลย!
แสดงความเห็น










