

โดย “ดาบสองคม”
การเมืองไทยยุคนี้ไม่ได้รบกันแค่บนเวทีปราศรัยเหมือนสมัยก่อนแล้ว อาวุธสำคัญของเกมอำนาจวันนี้คือ “อำนาจ” “กฎหมาย” และ “ข้อมูล” ใครพลาดเพียงก้าวเดียวก็อาจถูกใช้เป็นช่องให้ฝ่ายตรงข้ามขยายผลได้ทันที
สถานการณ์ของ พรรคประชาชน จึงเหมือนกำลังเดินอยู่ในวงล้อมของสิ่งที่หลายคนเรียกว่า “นิติสงคราม”
กรณีร้องเรียนเรื่องมาตรฐานจริยธรรม และข้อบังคับพรรค ที่ถูกเรียกกันว่า “สเปกเตอร์ ซี” แม้ต้องต่อสู้กันอีกยาวในทางกฎหมาย
แต่บางครั้งการเมืองไม่จำเป็นต้องชนะคดี แค่ทำให้คู่แข่ง “เสียจังหวะ” ก็ถือว่าทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ยังไม่ทันตั้งหลักดี พรรคก็ต้องเจอกับอีกเรื่อง คือความพยายามเข้าถึงฐานข้อมูลสมาชิกพรรค เหตุการณ์นี้อาจดูเหมือนปัญหาทางเทคนิค แต่ในทางภาพลักษณ์ถือว่าไม่เล็ก เพราะพรรคประชาชนสร้างตัวตนบนแนวคิด “การเมืองยุคดิจิทัล”
ถ้าพรรคที่พูดเรื่องเทคโนโลยีมาตลอด ยังปกป้องข้อมูลของสมาชิกตัวเองไม่ได้ คำถามที่ตามมาก็ย่อมหนีไม่พ้นว่า ถ้าต้องดูแลข้อมูลระดับประเทศจะรับมือได้จริงหรือไม่
ขณะเดียวกัน สนามในสภาก็ไม่ได้เปิดทางให้ฝ่ายค้านทำงานง่ายนัก เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลจับมือกันแน่น กลไก “เสียงข้างมากลากไป” ก็ทำงานเต็มที่ ญัตติอภิปรายหรือการตรวจสอบหลายเรื่อง จึงมักถูกปัดตกหรือถูกเบี่ยงประเด็น
ยิ่งไปกว่านั้น การดึงตัว ส.ส. หรือการทำดีลกับพรรคขนาดเล็ก ทำให้พรรคประชาชนดูโดดเดี่ยวมากขึ้นในฐานะฝ่ายค้านหลัก พลังในการคานอำนาจรัฐบาลจึงยิ่งถูกจำกัด
สุดท้ายแล้ว การตอบโต้ทุกข้อกล่าวหา อาจไม่ใช่คำตอบสำคัญที่สุด
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ถึงจะมีคดี มีแรงกดดันทางการเมือง หรือมีปัญหาทางไซเบอร์ พรรคจะสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐได้อย่างเต็มที่หรือไม่
หรือเป็นเพียงพรรคที่กำลังเสียสมาธิไปกับเกมการเมืองรอบตัว
แสดงความเห็น











