

“ทนายอั๋น“ ปูด “ภูมิใจไทย” ส่อรอด คดีฮั้ว สว. หลังปรากฏภาพ หนึ่งในอนุกรรมการฯมีชื่อติดโผ นั่งอธิบดี ดีเอสไอ ยกมือไหว้ ต้อนรับ “อนุทิน” เปิดงาน MotoGP เชื่อหากได้ตำแหน่ง จบด้วยสั่งไม่ฟ้อง ตั้งข้อสงสัย คดีอั่งยี่-ฟอกเงิน เส้นทางการเงินชัด แต่อำนาจเจริญไม่โดน เหมือนสุราษฎร์ฯ ทั้งที่มี นาง “ญ.” มือขวาของเจ้ใหญ่เมืองอำนาจฯ กำลังจะได้ดิบได้ดี โอนเงินให้กับอดีต สส. สุราษฎร์ธานี หลายแสนบาทนำไปกระจายต่อ
ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวถึงคดีฮั้ว สว. ว่า ในส่วนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่ 26 มีความเห็นสั่งฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กว่า 200 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่ง กกต. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ที่มาทำหน้าที่สืบสวนพิจารณาว่าสมควรสั่งฟ้องตามคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 หรือไม่ ถ้าคณะอนุกรรมการชุดนี้มีความเห็นไม่ควรสั่งฟ้องก็ถือว่าจบ
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของคดีอั่งยี่-ซ่องโจร ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ดูแลมีความเห็นสั่งฟ้อง 8 คน ซึ่งเป็นสว. 2 คน และ 1 คนเป็นอดีต สส. ส่วนอีก 5 คน เป็นผู้พลีชีพใน จ.สุราษฎร์ธานี แต่อัยการตีสำนวนกลับและบอกว่าอย่าทำสำนวนชุ่ยๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยแฉว่า อำนาจเจริญโมเดล มี นาง “ญ.” มือขวาของเจ้ใหญ่เมืองอำนาจเจริญ ที่กำลังจะได้ดิบได้ดีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โอนเงินให้กับอดีต สส. สุราษฎร์ธานี จำนวนหลายแสนบาท ซึ่งถูกนำไปกระจายต่อ
“คำถามคือถ้าดูจากเส้นทางการเงิน เงินมาจากอำนาจเจริญ แล้วมากระจายที่สุราษฎร์ธานี เมื่อสุราษฎร์ธานีโดน ทำไมอำนาจเจริญถึงไม่โดน คำตอบอาจเป็นว่า ถ้าอำนาจเจริญโดน มันก็ใกล้บุรีรัมย์ ใกล้อ่างทอง ใกล้อุทัยธานี เพราะมีเส้นเงินไปถึง ที่สำคัญคือ ญ. เอาเงิน ช. ซึ่ง ช. เป็นหลานเจ๊ใหญ่เมืองอำนาจเจริญ” นายภัทรพงศ์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนอยากเห็น พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดี ดีเอสไอ ซึ่งได้ข่าวว่าจะถูกเก็บเข้ากุ ตนจึงอยากเห็นการพลีชีพ เหมือนกับอดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ก่อนจะออกจากตำแหน่ง ได้เซ็นแต่งตั้งทนาย ซึ่งนำไปสู่การส่งคดีเขากระโดง เข้าสู่กระบวนการสั่งฟ้อง ตนจึงอยากเห็นอธิบดีดีเอสไอทำเช่นนั้น ออกหมายเรียก ออกหมายจับที่อำนาจเจริญโมเดล
นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า ล่าสุดทราบว่า กกต.ได้ทำหนังสือ สอบถามดีเอสไอ ว่าในสำนวน อั่งยี่และฟอกเงิน มีการสั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคและคนของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ซึ่งดีเอสไอยืนยันว่าไม่มี ทำให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯได้จัดทำข้อสรุป เพื่อตัดจบคดี และทำให้พรรคภูมิใจไทยรอดจากคดีฮั้ว สว.
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า นี่คือเปิดภาพ ร.ต.อ.ปิยะ อธิบดีกรมคุมประพฤติ ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการในคณะอนุกรรมการชุดวินิจฉัยฯ ไปยกมือไหว้ ให้การต้อนรับ นายอนุทิน ที่สนามบินสตึก จ.บุรีรัมย์ ขณะไปเปิดงาน สนามเปิดฤดูกาล “MotoGP” 2026 จึงตั้งข้อสังเกตว่า การมีพฤติกรรมเช่นนี้ของร.ต.อ.ปิยะ ถูกต้องหรือไม่ ทั้งที่เป็นผู้ที่ต้องตัดสินคดีของนายอนุทิน และมีกระแสข่าวว่าจะได้เป็นอธิบดี อีเอสไป คนต่อไป จึงทำให้เชื่อว่าหาก ร.ต.อ.ปิยะ มาดำรงตำแหน่งจริงคดีนี้ก็จะจบด้วยการสั่งไม่ฟ้อง
แสดงความเห็น










