

โดย “ดาบสองคม”
เกมจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ อย่าเผลอมองแค่ปลายดาบ เพราะคมจริง ๆ มันซ่อนอยู่ที่ด้าม
ภาพขึงขังตามหน้าสื่อ เงื่อนไขสูงลิ่วของ พรรคภูมิใจไทย ใส่ พรรคเพื่อไทย หรือท่าทีแข็งกร้าวกับ พรรคกล้าธรรม ถ้าดูผิวเผินเหมือนต่างฝ่ายต่างงัดข้อกันเอาเป็นเอาตาย
แต่การเมืองไม่เคยเล่นหมากแค่ตัวเดียว
ถ้าภูมิใจไทยเลือกเพื่อไทยพรรคเดียว รัฐบาลอาจดูมั่นคงในตัวเลข แต่ในเชิงอำนาจ นั่นคือการผูกคอตัวเองไว้กับเสียงของอีกฝ่าย วันไหนพรรคเพื่อไทยงอแง ครม.ก็สั่นสะเทือน
ในทางกลับกัน ถ้าดึงกล้าธรรมเข้ามาเดี่ยว ๆ ก็ใช่ว่าจะไร้แรงต่อรอง เพราะทุกเสียงที่เติมเข้ามา ย่อมหวังราคาทางการเมืองตอบแทน
คำตอบจึงไม่ใช่ “เลือกใคร” แต่อาจ “เอาทุกคนมาอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน”
เมื่อทั้งเพื่อไทย กล้าธรรม และพรรคเล็กบางส่วน ถูกจัดวางให้อยู่ร่วมโต๊ะเดียวกัน เสียงรวมอาจท่วมท้นแบบไม่ต้องลุ้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งถอนตัวแล้วรัฐบาลจะล้มทันที
อำนาจต่อรองจึงถูกเจือจางลงโดยโครงสร้าง ไม่ใช่ด้วยคำพูด
นี่แหละชั้นเชิงของการ “ล่ามคอ” ทางการเมือง ไม่ได้ล่ามด้วยโซ่ตรวน แต่ล่ามด้วยสมการเสียงในสภา
ยิ่งมีตัวเลือกมาก ยิ่งไม่มีใครกล้าเล่นแรง
ท่าทีดุดันที่เห็น อาจเป็นเพียงฉากหน้าของการต่อรองราคาให้ต่ำลง ทำให้ทุกพรรคเข้าใจสถานะของตัวเอง
เมื่อทุกฝ่ายรู้ว่า ถึงจะ “มีค่า” แต่ “ไม่ถึงกับจำเป็น” ความกล้าที่จะต่อรองก็หดลงเองโดยอัตโนมัติ
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะมีโลโก้ไหน สีใด นั่งอยู่ใน ครม. แกนกลางอำนาจก็ยังอยู่ที่คนจัดวางสมการ
การเมืองไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด มันก็แค่ศิลปะของการทำให้ทุกคนเชื่อว่า ตัวเองสำคัญ แต่ไม่มีใครสำคัญพอจะเขย่าโต๊ะได้
ที่เห็นโต้เถียงกันเสียงดัง ดุดัน บางทีก็แค่ซ้อมบทให้คนดูอิน ม่านเปิดเมื่อไหร่ คำตอบก็อยู่ที่เดิม
การเมืองไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด ผลประโยชน์ลงตัวเมื่อไหร่มันก็จบ แค่นั้นเองครับ
แสดงความเห็น











