

โดย “ดาบสองคม”
ถ้าการเมืองคือสนามรบ พรรคภูมิใจไทยคงไม่ได้ แค่พกมีด ถือหอก ลงสนาม แต่เป็นคลังอาวุธที่ใคร ๆ ก็ซุบซิบว่า กระสุนดินดำแน่นเอี้ยด ชนิดที่ผู้สมัคร ส.ส.บางพื้นที่ไม่ต้องยิงคำพูดให้เปลืองแรง ใช้เงินทำงานแทนเสียงอุดมการณ์ ว่า กันเป็นตัวเลข “หลายสิบล้าน” ต่อพื้นที่ ฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เพราะของแบบนี้มันไม่มีใบเสร็จ แต่มีคนเห็นกันทั้งตลาดการเมือง
พลังของภูมิใจไทยไม่ได้หยุดแค่เงิน ว่ากันว่าอำนาจรัฐก็อยู่ในมือไม่น้อย ตั้งแต่การแต่งตั้งผู้ว่าฯ ข้าราชการระดับสูง ไปจนถึงอิทธิพลเหนือองค์กรอิสระบางแห่ง จะจริงทั้งหมดหรือไม่ ไม่อาจฟันธง แต่ที่ฟันธงได้คือ “พรรคที่ใกล้อำนาจ” ใครก็อยากอยู่ด้วย
เมื่อกระแสรักชาติพัดมาแรง บวกกับนโยบายสายแจก ที่ต่อยอดจากโครงการเดิมอย่าง “คนละครึ่งพลัส” คะแนนนิยมก็ไหลมาเหมือนน้ำเปิดเขื่อน บ้านใหญ่จากหลายจังหวัด หลายพรรคขยับตัวตามกระแสคลื่น บางคนถึงขั้นสลัดตำแหน่งหัวหน้าพรรค แล้วเดินเข้ามาหาสีน้ำเงินอย่างไม่อายฟ้าอายดิน
ด้วยกระสุนในมือและอำนาจรอบตัว จึงไม่แปลกที่วงการเมืองกระซิบกันว่า ภูมิใจไทยนี่แหละมีลุ้นอันดับหนึ่ง และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็จะเป็นนายกฯ อีกสมัย แบบไม่ต้องออกแรงฝันไกลนัก
แต่เกมนี้ไม่ได้มีแค่สีน้ำเงิน ยังมีสีส้มกับสีแดงที่กำลังไล่บี้กันเอง พรรคประชาชนดูคึกคักในเชิงอุดมการณ์ แต่หลายจังหวะกลับเล่นการเมืองแบบไร้เดียงสา เปิดทางให้คู่แข่งเดินหมากง่ายขึ้น ส่วนพรรคเพื่อไทย แม้ถูกมองว่าเป็นอันดับสาม แต่กลับกลายเป็นผู้เล่นที่สบายที่สุด ไม่ต้องรับแรงปะทะตรง ๆ ปล่อยให้เบอร์หนึ่งกับเบอร์สองอัดกันจนเหนื่อย ตัวเองก็เดินหาเสียงชิล ๆ แบบไม่ต้องระแวงหลัง
และนี่แหละคือความย้อนแย้ง พรรคที่คะแนนอาจไม่มากที่สุด กลับอยู่ในทุกสมการจัดตั้งรัฐบาล น้ำเงินจับแดงก็ได้ ส้มจับแดงก็ไม่ติดอะไร เหมือนศึกตาอินกับตานา สุดท้ายตาอยู่ก็คว้าพุงปลาไปกิน
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นบทเรียนเก่าที่ยังใช้ได้เสมอ เล่ห์กลของพรรคภูมิใจไทย ความไร้เดียงสาทางการเมืองของพรรคประชาชน และความช่ำชองของพรรคเพื่อไทย
บทละครการเมืองเค้าเขียนไว้หมดแล้วตั้งเริ่มจนจบ ใครจะเป็นพระเอก นางเอก ใครเป็นตัวร้าย ตัวโกง อยู่ที่ว่า เราอยากดูละครการเมืองที่เขาเขียนบทไว้ หรืออยากจะลุกขึ้นมาเขียนบทเอง?
4 ปีมีโอกาสครั้งเดียว ถ้าวันนี้ยังยอมให้เงินไม่กี่บาท กำหนดอนาคตชาติ พรุ่งนี้ก็อย่าถามว่า ทำไมการเมืองถึงเลว เพราะความเลวนั้น ไม่ได้เริ่มจากนักการเมืองอย่างเดียว
แต่มันเริ่มจากประชาชน ที่ยอมขายสิทธิของตัวเอง ตัดสินใจกันให้ดีนะครับ
แสดงความเห็น










