หมาหัวเน่า

โดย “ดาบสองคม”

การเมืองไทยมักชอบพูดว่า “ไม่มีมิตรแท้ และไม่มีศัตรูถาวร” แต่ในฤดูกาลเลือกตั้งครั้งนี้ ประโยคนี้ดูเหมือนว่า จะใช้ไม่ได้ เพราะบางคนไม่ได้ถูกทิ้งเพราะผลประโยชน์เปลี่ยน แต่ถูกทิ้งเพราะ กลายเป็นภาระทางภาพลักษณ์ ภาพ “หมาหัวเน่า” จึงชัดขึ้นบนกระดานอำนาจรอบนี้

พรรคประชาธิปัตย์ แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคกล้าธรรม

พรรคประชาชน ก็ประกาศผ่านพื้นที่สื่อ ไม่จับมือกับพรรคภูมิใจไทย

แม้ยังไม่ใช่มติอย่างเป็นทางการ แต่ในทางการเมือง นี่คือ สัญญาณตัดตอน ใครถูกปฏิเสธจะถูกมองว่า “เสี่ยงต่อศรัทธาประชาชน”

พรรคประชาธิปัตย์ ที่กำลังซ่อมความเชื่อมั่น ต้องรีบตัดภาพ “พรรคอะไหล่” ออกไปให้เร็วที่สุด ขณะที่พรรคประชาชนเลือกเดิมพันกับความบริสุทธิ์ของอุดมการณ์ ยอมเผชิญหน้ากับขั้วอำนาจเดิม และเครือข่ายบ้านใหญ่เพื่อพิสูจน์ว่า คะแนนสะอาดจะชนะระบบอุปถัมภ์ได้จริงหรือไม่?

บรรยากาศยิ่งเดือด เมื่อเวทีดีเบตของสื่อใหญ่ไทยรัฐ กลายเป็นพื้นที่ตั้งคำถามหนักหน่วงเรื่องสแกมเมอร์ – ธุรกิจสีเทา – เงินสกปรกทางการเมือง แม้ไม่มีการเอ่ยชื่อพรรคตรง ๆ แต่ใครโดน ใครสะดุ้ง ทุกคนรู้กันดี นโยบายที่ถูกหยิบมาใช้หาเสียง จึงไม่ใช่เรื่องอนาคต แต่คือหมัดแรงที่ขายความสะใจได้ทันที

โทษประหารชีวิต สำหรับผู้เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ ยึดทรัพย์ทั้งตระกูล ตัดวงจรเงินเทาไม่ให้ไหลเข้าสภา การตรวจสอบเส้นทางการเงินเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ “นายทุนสีเทา” กลายเป็น “นายทุนพรรค”

แม้ในทางกฎหมายจะยังถกเถียง แต่ในทางการเมือง มันคือวาทกรรมที่ “โดนใจ”

สังคมยามนี้ การเลือกตั้งจึงไม่ใช่สนามแห่งความหวัง แต่คือสนามของ ความกลัว กลัวถูกมองว่า อยู่ข้างความสกปรก

หลายพรรคจึงเลือกผลักมิตรเก่า ให้กลายเป็น หมาหัวเน่า เพื่อรักษาภาพลักษณ์ตัวเองให้รอดสุดท้าย คนตัดสินไม่ใช่เวทีดีเบต ไม่ใช่วาทกรรมแรง ๆ แต่คือ ประชาชน

ขอเพียงอย่าลืมว่า หมาหัวเน่าบางตัวไม่ได้น่ากลัว แต่มัน “เห่าเก่งกว่าตัวอื่นเท่านั้นเอง”

แสดงความเห็น