เลือกตั้งครั้งหน้าเราอาจไม่ได้คนดีที่สุด!

โดย “ดาบสองคม”

สนามเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่เวทีโชว์นโยบายสวยหรูอีกต่อไป แต่กลายเป็นสมรภูมิของการ “ชำระอดีต” และการขุดเรื่องสีเทามาฟาดฟันกันแบบไม่ยั้งมือ

พรรคการเมืองใหญ่ต่างรู้ดีว่า ใครสะอาดกว่ากันไม่สำคัญเท่า “ใครสกปรกน้อยกว่าในสายตาประชาชน”

ประเด็นสแกมเมอร์ และธุรกิจสีเทา กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่กลางสนาม และไม่มีพรรคใดเดินผ่านได้โดยไม่สะเทือน

เริ่มจากพรรคภูมิใจไทย ภาพถ่ายระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับบุคคลที่ถูกระบุว่า เป็นสแกมเมอร์ เปรียบเสมือนเงาตามตัว แม้จะมีคำอธิบายว่าเป็นภาพตั้งแต่ปี 2557 และรัฐบาลได้ดำเนินการยึดทรัพย์ไปแล้ว แต่ในการเมือง “ภาพหนึ่งภาพ” มีน้ำหนักมากกว่าคำชี้แจงพันคำ เรื่องนี้พร้อมถูกหยิบมาใช้ซ้ำทุกครั้งที่ความน่าเชื่อถือถูกตั้งคำถาม

พรรคกล้าธรรม ภายใต้บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกมองว่าเป็นพรรคตัวแปร หรือพรรคสำรองในสมการอำนาจ ข้อครหาเรื่องความเชื่อมโยงกับกลุ่มสีเทายังคงตามหลอกหลอน แม้จะพยายามปฏิเสธ แต่ภาพจำที่ออกมามันอยู่ในใจประชาชนไปเสียแล้ว

ด้านพรรคประชาชน แม้จะดูสะอาดในเชิงภาพลักษณ์ แต่กลับเผชิญภาวะโดดเดี่ยวทางการเมืองอย่างชัดเจน การยึดภารกิจรัฐธรรมนูญเป็นแกนหลัก สะท้อนอุดมการณ์ที่มั่นคง แต่ในภาวะที่ประชาชนจำนวนมาก กำลังมองหาคำตอบเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ ความจริงอันโหดร้ายคือ อุดมการณ์ที่ถูกต้อง อาจไม่ใช่อุดมการณ์ที่ชนะเลือกตั้ง พรรคจึงเสี่ยงกลายเป็นฝ่ายที่ “ถูกต้องแต่ไม่มีอำนาจ” ในเกมจัดตั้งรัฐบาล

สุดท้ายคือ พรรคเพื่อไทย พรรคใหญ่ที่แม้ยังมีฐานเสียง แต่เริ่มเห็นสัญญาณการไหลจากระดับพื้นที่ ทำให้น่าเป็นห่วง แต่พรรคก็มีโอกาสรอด ถ้าเร่งปั๊มผลงานเศรษฐกิจที่ “กินได้จริง” เพื่อทวงคืนฐานเสียงรากหญ้าจากภูมิใจไทย พร้อมสวมบท “มือปราบสีเทา” ชิงพื้นที่ข่าวปราบสแกมเมอร์ เพื่อดิสเครดิตคู่แข่งที่มีภาพลักษณ์มัวหมอง และต้องกล้าเล่นเกมรุกเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ กลับมาจากพรรคประชาชน เมื่อมองภาพรวม การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เกมของคนดีชนคนเลว แต่เป็นเกมของพรรคที่มีบาดแผลมากน้อยต่างกัน

ทุกฝ่ายพยายามล้างคราบของตัวเอง พร้อมชี้คราบของคนอื่นให้เด่นกว่า ประชาชนจึงไม่ได้ถูกขอให้เลือก “คนดีที่สุด” แต่ถูกบังคับให้เลือก “คนที่คิดว่าจะพาประเทศไปต่อได้ โดยไม่ทิ้งปัญหาไว้หนักกว่าเดิม”

นี่คือความจริงที่โหดร้ายของสนามเลือกตั้งรอบนี้ ไม่มีใครสะอาดพอจะชนะด้วยศีลธรรมล้วน ๆเราอาจต้องพิจารณาว่า.. ใครสกปรกน้อยที่สุดในวันที่มีการเลือกตั้ง

แสดงความเห็น