เมื่อมาตรฐานคนเราไม่เท่ากัน

โดย “ดาบสองคม”

PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถูกขายให้ประชาชนรับรู้ว่า เป็นกฎหมายศิวิไลซ์ คุ้มครองความเป็นส่วนตัว ไม่ให้ใครเอาข้อมูลเราไปประจานหรือหาประโยชน์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับพิสูจน์ว่า กฎหมายฉบับนี้ “ศักดิ์สิทธิ์เฉพาะกับคนตัวเล็ก”

กรณี นางกรุณา ชิดชอบ ภรรยาเนวิน และแม่ของ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย คือภาพสะท้อนชัดที่สุด การนำข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของคู่กรณีมาโพสต์ต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นข้อมูลระดับที่คนธรรมดาไม่มีทางเข้าถึงได้ กลับถูกอธิบายว่า “ไม่ผิด PDPA” เพราะได้มาเพื่อใช้สู้คดี เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นข้อยกเว้น คำอธิบายนี้ไม่ได้ออกจากปากนักกฎหมาย แต่มาจาก รัฐมนตรีผู้กำกับดูแล PDPA โดยตรง

และที่น่าสังเกตคือ หน่วยงานรัฐทั้งระบบนิ่งเงียบเหมือนถูกกดปุ่มพักการทำงาน

ลองจินตนาการง่าย ๆ ถ้าคนทำไม่ใช่ “บ้านใหญ่สีน้ำเงิน” แต่เป็นครอบครัวนักการเมืองอีกขั้วหนึ่ง วันนี้คงมีคำว่า “ละเมิดสิทธิร้ายแรง” “ใช้อำนาจรัฐข่มขู่ประชาชน” เต็มหน้าสื่อ คดีคงวิ่งเร็วกว่าสัญญาณ 5G นี่แหละปัญหาใหญ่ของ PDPA ในเวอร์ชันไทย

มันไม่ใช่กฎหมายคุ้มครองข้อมูล แต่มันคือ อาวุธที่เลือกเป้าได้กับชาวบ้าน คือ การลงดาบ ปรับหนัก ติดคุกจริง แต่กับผู้มีบารมี มันคือ โล่ อ้างข้อยกเว้น แล้วเรื่องก็จบ

ตลกร้ายที่สุดคือ คนที่ควรทำให้สังคมเชื่อว่า กฎหมายนี้ “เท่าเทียม” กลับเป็นคนที่บอกประชาชนกลาย ๆ ว่าถ้าคุณนามสกุลดังพอ PDPA ก็ทำอะไรคุณไม่ได้

กฎหมายที่ยุติธรรม จะต้องไม่เปลี่ยนความหมายตามนามสกุล ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรจากกระดาษห่ออำนาจไว้คุ้มครองคนบนยอดพีระมิด และทิ้งคนข้างล่างให้กลัวกฎหมายต่อไป

นี่หรือคือ..การกระทำของคนที่ถืออำนาจ!

แสดงความเห็น