หน้าแหกกลางสนามรอบ 2

พิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 กลายเป็นเรื่องน่าผิดหวัง ทั้งที่ใช้งบถึง 142 ล้านบาท แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสะท้อนการเตรียมงานที่ไม่เข้าขั้นมืออาชีพแม้แต่นิดเดียว

ความผิดพลาดทางเทคนิคคือจุดที่พังที่สุด ระบบเสียงล่ม มอนิเตอร์ไม่ทำงาน จนศิลปินระดับมืออาชีพอย่าง วี วีโอเล็ต ต้องร้องเพี้ยนต่อหน้าคนทั้งประเทศ ทั้งที่คนระดับนี้ไม่มีทางเพี้ยน ถ้าเวทีและระบบเสียงเตรียมพร้อม

นี่คือความเสียหายที่ทีมงานควรต้องออกมารับผิดชอบเต็ม ๆ ไม่ใช่โยนภาระให้ศิลปินนอกจากนี้ยังมีความวุ่นวายหน้างาน การเตรียมอุปกรณ์ที่ไม่พร้อม โดรนแปรอักษรผิด การถ่ายทอดสดที่มุมกล้องสะเปะสะปะ และโชว์บางชุดที่ดูไม่เข้ากับธีมใด ๆ เลย

ทุกอย่างบอกชัดว่า ระบบควบคุมงานไม่มีประสิทธิภาพพอ สำหรับเวทีระดับภูมิภาคแบบนี้แถมยังมี มาตรการลิขสิทธิ์ที่เข้มงวดเกินเหตุ จนสื่อมวลชนทำงานลำบาก จะใช้ภาพก็ยาก จะเผยแพร่คลิปก็แทบไม่ได้ ราวกับผู้จัดกลัวว่าคนทั้งภูมิภาคนี้จะเห็น “ความจริง” ของข้อผิดพลาดในงาน ทั้งที่บทบาทของผู้จัดควรเป็นการอำนวยความสะดวก ไม่ใช่ปิดกั้นการรายงานข่าว จนภาพรวมของงานดูตลกยิ่งกว่าเดิม

เมื่อปัญหาทุกด้านพังพร้อมกัน คำถามเดียวที่ต้องตอบให้ชัดคือใครต้องรับผิดชอบ?

คำตอบก็ตรงไปตรงมา คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเจ้าภาพหลัก และทีมผู้จัดที่ได้รับงบประมาณเต็มมือ พลิกจากบริษัทที่ขาดทุนจนมีกำไร แต่ปล่อยให้งานระดับประเทศกลายเป็นเวทีสะท้อนความไม่พร้อมแบบน่าอาย

ตอนนี้ความหวังสุดท้ายอยู่ที่พิธีปิดในวันที่ 20 ธ.ค. ขอแค่อย่าให้พังซ้ำรอยเดิม

ถ้าพิธีปิดยังออกมาเละอีก ก็ไม่ต้องหาคำแก้ตัวใด ๆ เพราะคำตอบมันจะชัดเจนในตัวเองว่า..ความล้มเหลวที่เกิดขึ้น เพราะคนรับผิดชอบ…ไม่คู่ควรกับงานนี้ตั้งแต่แรก

แสดงความเห็น