ผู้นำไทย…เต็มใจรบจริงหรือ?

โดย “ดาบสองคม”

สถานการณ์ชายแดนไทย–เขมร ปะทุขึ้น จนเสียงปืนสะเทือนมาถึงเมืองหลวง

แต่สิ่งที่ดังยิ่งกว่าเสียงระเบิด คือความลังเลของรัฐบาลไทย ที่ยังไม่กล้าขยับแบบผู้นำประเทศสมบูรณ์แบบที่ควรจะเป็น ทั้งที่พื้นที่สู้รบตั้งแต่แถบปราสาทตาควายถึงรอยต่อฝั่งกัมพูชา ชัดเจนว่าฝ่ายตรงข้ามพร้อมลุยเต็มกำลัง

ขณะที่เรา…เหมือนจะลุย แต่ไม่เคยเดินให้ถึงเส้นชัยจริง ๆรัฐบาลประกาศ “ให้กองทัพจัดการเต็มที่” แต่ภาพที่เกิดขึ้นคือปฏิบัติการที่ถูกจำกัดไว้ทุกด้าน เอฟ-16 ของเรา ถูกใช้แค่บินตีวงทิ้งระเบิดบางจุดเฉพาะแนวฝั่งไทย ไม่แตะพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ที่ควรปูพรม กดดันให้กำลังเขมรถอยจากเนินสูง กำลังข้าศึกจึงยังยึดพื้นที่อยู่ และทหารไทยก็ยังเข้าไม่ถึงเหมือนเดิม แล้วอย่างนี้มันจะจบยังไง?

ทุกอย่าง “วนอยู่ที่เดิม” ทั้งที่นี่คือสถานการณ์ความมั่นคง ไม่ใช่การซ้อมยิงประจำปี

พื้นที่อย่างปราสาทตาควาย จุดยุทธศาสตร์สำคัญ กลับไม่จัดการให้เด็ดขาด ทั้งที่ควรเป็นจุดแรกที่ต้องทำให้สถานการณ์นิ่ง และควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ประชาชนต้องมานั่งเรียกร้อง เพราะทั้งเสียงในพื้นที่และทั่วประเทศ ก็ส่งสัญญาณชัดว่า พร้อมสนับสนุนรัฐจัดการให้มันจบ ๆ สักที ไม่ใช่รบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้ปล่อยคาราคาซังให้ทหารแนวหน้าเสี่ยงชีวิต โดยที่ฝ่ายการเมืองยืนอยู่ห่าง ๆ

ขณะเดียวกัน ฮุนเซน ประกาศกร้าวว่า พร้อมตอบโต้ไทยเต็มที่ การที่อีกฝ่ายเดินหน้าโดยไม่ลังเล แต่ฝั่งไทยยังทำงานแบบกั๊ก ๆ ยิ่งตอกย้ำว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กองทัพ แต่อยู่ที่ท่าทีทางการเมืองไม่กล้าพอ

เวลาในสนามรบไม่ได้มีให้ใช้แบบไม่จำกัด ถ้าปล่อยยืดเยื้อ ประเทศที่สามหรือมหาอำนาจจะยื่นมือเข้ามา แล้วทุกอย่างก็จะถูกลากกลับไปสู่โต๊ะเจรจาตามสูตรเดิม เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

แนวรบก็จะคาอยู่แบบนี้เหมือนทุกครั้ง เพราะเรายังไม่เคยลงมือให้ “เขมรรู้สึกว่าต้องยอมแพ้” จริง ๆปัญหานี้จึงเป็นคำถามใหญ่ต่อรัฐบาลไทย ไม่ว่าเสียงปืนจะหยุด หรือสถานการณ์จะดีขึ้นชั่วคราวเพียงใด

แต่สิ่งหนึ่งที่ปิดไม่มิดคือ ภาพผู้นำที่ไม่กล้ายืนอยู่หน้าแถว ไม่กล้าตัดสินใจในเวลาที่ประเทศต้องการความชัดเจนที่สุด

หรือเพราะศึกนี้มันมีอะไรอยู่เบื้องหลังอย่างที่เค้าว่ากัน…

ในวันที่ชายแดนยังสว่างวาบด้วยแสงกระสุน คำถามสุดท้ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ผู้นำของไทย…เต็มใจรบจริงหรือ?

แสดงความเห็น