เมื่อแพะไม่ยอมตายฟรี

โดย “ดาบสองคม”

ระบบราชทัณฑ์ไทยกำลังถึงจุดพังทลาย! สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘ผู้คุมหิวเงิน’ แต่คือ “อาณาจักรส่วย และอาชญากรรมทางอำนาจ” ที่ถูกจัดตั้งอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่องยาวนาน

โดยมีเป้าหมายคือการแลก ‘อภิสิทธิ์ในคุก’ กับ ‘เงินสกปรก’ นับสิบล้านบาทต่อเดือน ที่ไหลจากนักโทษจีนเทาไปสู่ผู้บริหารระดับสูงสุดของกระทรวง!

ล่าสุด นายมานพ ชมชื่น อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ออกมา ‘ล้มโต๊ะ’ ด้วยการยื่นหนังสือร้องเรียนตรงถึง ป.ป.ช. เพื่อให้สอบ ปลัดกระทรวงยุติธรรม, อธิบดี, รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ ผบ.เรือนจำฯ ในประเด็น “ร่ำรวยผิดปกติ” พร้อมเปิดโปง “ขบวนการส่วยบันได” ที่ผู้ต้องขังจ่ายตั้งแต่ 3 ล้าน, 5 ล้าน, 7 ล้าน, 9 ล้าน ไปจนถึง 15 ล้านบาท

โดยเงินจำนวนนี้ถูกส่งต่ออย่างเป็นระบบ จากผู้คุมแดน ขึ้นไปยัง ผบ.แดน, ผบ.เรือนจำ, รองอธิบดี, อธิบดี และสุดท้ายคือ ‘ปลัดกระทรวงยุติธรรม’

ที่น่าตกใจไปกว่านั้น เมื่อ 1 ในเจ้าหน้าที่ที่ถูกย้าย 19 คน ได้ออกมาแฉรายละเอียดที่เจาะลึก และรุนแรงยิ่งกว่า โดยเฉพาะเรื่องเงินทุนที่หมุนเวียน และใช้ใๆนการสร้างอาณาจักรวีไอพีในคุก มีการสร้าง “ห้องใต้บันได” ที่มีความประณีตเหมือนคอนโดหรู ด้วยงบประมาณสูงถึง 2 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เงินของรัฐ แต่มาจาก “นายใหญ่ชาวจีนโดยตรง” เพื่อรองรับนักโทษวีไอพี!

นี่คือการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้กับอาชญากรต่างชาติอย่างโจ่งแจ้งที่สุด!

พร้อมระบุชัดว่า มีเงินไหลเข้าสู่ระดับบริหารเรือนจำสูงถึง 30 ล้านบาทต่อเดือน! ตัวเลขนี้คือหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า นี่คือ ‘ธุรกิจส่วย’ ที่มีมูลค่ามหาศาล และเป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้มีอำนาจระดับสูง จึงพยายามทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องวงจรอุบาทว์! ตัวเลขเหล่านี้ คือสิ่งที่ ป.ป.ช. ต้องไม่ปล่อยผ่าน! การจัดการกับผู้ปฏิบัติงาน 19 คน และ ผบ.เรือนจำ เป็นเพียงการตัดตอน เพื่อปกป้อง ‘ปลาใหญ่’ ที่รับเงินเป็นสิบ ๆ ล้าน!

ถึงเวลาที่ต้องสาวเส้นทางการเงินทั้งหมด! ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา และครอบครัว อย่างเข้มข้น และ ยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากอาชญากรรม ให้ตกเป็นของแผ่นดิน การทุจริตระดับนี้จะต้องไม่จบแค่การ ‘เด้ง’ ผู้ที่รับเงินสกปรก และเอื้อประโยชน์ให้อาชญากร ต้องติดคุก และชดใช้ความเสียหาย ให้สาสม!

แสดงความเห็น