

โดย “ดาบสองคม”
สถานการณ์น้ำท่วมที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เริ่มคลี่คลาย น้ำลดลงอย่างไว เห็นภาพแบบนี้ก็ใจชื้นขึ้นหน่อย แต่หลายพื้นที่ในภาคใต้น้ำยังท่วม จนเสียงช่วยเหลือดังฝ่าน้ำออกมา ว่า สภาพแท้จริง “ยังน่าห่วงกว่าในข่าวเยอะมาก”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ไม่ใช่เหตุเหนือธรรมชาติ และยิ่งไม่ใช่วิกฤตที่รัฐไม่เคยรับมือ ทุกปีเราก็เห็นภาพเดิม ๆ น้ำมาเร็ว รัฐมาช้า แล้วประชาชนก็ต้องเอาชีวิตตัวเองให้รอดเหมือนเคย
หาดใหญ่คลี่คลาย แต่พัทลุง นครศรีธรรมราช และตรัง ยังจมอยู่ใต้น้ำ แต่ไม่มีในแผนรับมือจริง ๆ ความช่วยเหลือบางจุดมาถึงหลังน้ำท่วมไปหลายวัน
ประชาชนบอกเหมือนถูกปล่อยลอยแพกลางเมือง ไม่รู้จะหวังพึ่งใครนอกจากเพื่อนบ้านที่ลุยน้ำแทนหน่วยงานรัฐ
และเหมือนทุกปี พอน้ำเริ่มลด นักการเมืองก็เริ่มโผล่ขึ้นเหมือนเห็ดหลังฝน บางคนถือกล้องมาก่อนถุงยังชีพ บางพรรควิ่งลงพื้นที่เพื่อคะแนนเสียง มากกว่าช่วยคนลำบาก หยุด “เล่นการเมือง บนคราบน้ำตาสักที”
ประชาชนต้องการความช่วยเหลือ ไม่ใช่ป้ายหาเสียงหรือการสร้างภาพ
บทเรียนที่ “สอบตก” ซ้ำซาก รัฐบาลพูดคำว่า “ถอดบทเรียน” ทุกครั้งหลังน้ำลด แต่ทำไมระบบเตือนภัยยังล้มเหลว? ทำไมการอพยพยังสับสน? นั่นเพราะเราตั้งคนจาก “ความใกล้ชิด” มากกว่า “ความสามารถ” ลงไปดูแลทุกข์สุขชาวบ้านใช่หรือไม่?
ไร้หัว ไร้หาง ไร้ศูนย์บัญชาการ วิกฤตที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ คือหลักฐานประจานความล้มเหลว เมื่อบุคลากรทางการแพทย์ต้องโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะระบบปกติพึ่งพาไม่ได้ ขาดแคลนอาหาร ขาดการประสานงาน
เรามีหน่วยงานมากมาย แต่กลับขาด “ศูนย์บัญชาการ” ที่มีประสิทธิภาพระดับกระทรวง ที่จะคอยควบคุมดูแลสถานการณ์ ทำให้คิดถึงภาวะผู้นำแบบ “ผู้ว่าฯ หมูป่า” (ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร) ที่บัญชาการเหตุการณ์ถ้ำหลวงอย่างเป็นระบบ ได้รับคำชื่นชมไปทั่วโลก
แต่วันนี้เรากลับเห็นความล้มเหลวในการสั่งการของผู้นำระดับจังหวัด ที่ไม่สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที
สุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่แค่ระดับปฏิบัติการ แต่คือ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลทั้งคณะหากท่านยังปล่อยให้การจัดการภัยพิบัติเป็นเรื่องของเวรกรรม ประชาชนก็คงต้องรับเคราะห์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ต่อไป
แสดงความเห็น










