

โดย “ดาบสองคม”
เซ็น MOU แรร์เอิร์ธแบบสายฟ้าแลบ แล้วบอกว่า “ไม่มีผลผูกพัน” แปลว่าอะไรกันแน่? รัฐบาลรีบวิ่งไปเซ็นกับสหรัฐฯ แล้วหันมายิ้มบอกคนไทยว่า “ไม่มีผลผูกพันหรอกครับ แค่กรอบความร่วมมือ” คำถามคือ…ถ้าไม่สำคัญ แล้วซ่อนไว้ทำไม?
ถ้าไม่มีอะไรแอบแฝง แล้วทำไมประชาชนถึงรู้ทีหลัง? ประเทศไม่ใช่โรงรับจำนำที่จะเอาทรัพยากรไปค้ำไว้ลับ ๆ แล้วค่อยมาเล่าให้ฟังตอนข้อตกลงเสร็จหมด แล้วนี่มัน สัญญาใต้โต๊ะ ที่เอามาวางบนโต๊ะแล้วบอกว่า “โปร่งใส”
รัฐบาลบอกว่าจะยกระดับเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ให้เขาคือ สิทธิพิเศษเหนืออธิปไตย เข้าดูพิกัดแร่อย่างลับ ๆ ได้สิทธิยื่นลงทุนก่อน เร่งขั้นตอนอนุญาตให้ “เร็วเป็นพิเศษ”
ในยุคที่โลกเป็นสนามรบกลางสงครามแร่ เรากำลังประกาศตัวว่าเลือกข้าง แบบที่จีนเห็นก็ต้องขมวดคิ้วว่า ไทยคิดอะไรอยู่? ในเวลาที่สหรัฐฯ กับจีนกำลังชิงทรัพยากรกันทุกเม็ด การทำแบบนี้ไม่ใช่แค่วิธีบริหารประเทศแบบโง่ ๆ แต่มันคือการชักศึกเข้าบ้าน “เหมือนไทยกำลังเสี่ยงประกาศตัวเป็นศัตรูกับจีน”
แถมเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีใครรับประกัน การทำเหมืองแรร์เอิร์ธ คือ การนำสารเคมีและกากอันตรายเข้ามาในดิน น้ำ และชุมชน
อย่าลืมว่าเรามีประวัติซ้ำซาก โรงงานผิดกฎหมาย น้ำเน่า ดินตาย ประชาชนป่วย แต่คนเซ็นดีลหายเข้ากลีบเมฆ อย่าให้ชาติกลายเป็น “ที่ฝังพิษ” เป็น “ถังขยะโลก” เพราะนักการเมืองอยากเป็นฮีโร่ในนโยบาย โดยที่ตัวเองไม่ต้องอยู่รับผล
สิ่งที่เห็นไม่ใช่ “กลยุทธ์ชาติ”แต่มันคือ ความลับ ความลัก และความล่อแหลม ถ้าดีลนี้เป็นประโยชน์จริง ทำไมไม่กล้าเปิด? หรือประโยชน์มันไม่ได้ตกที่ชาติ แต่ตกที่ “คนบางกลุ่ม”? ประเทศไทยไม่ได้ขาดแร่ แต่ขาด ผู้นำที่ซื่อสัตย์กับประชาชนมากกว่า
การลงนาม MOU แรร์เอิร์ธครั้งนี้ ไม่ได้แสดงถึงความ “ฉลาดเกมโลก” อย่างที่รัฐบาลพยายามสร้างภาพ แต่กลับสะท้อนถึงการบริหารราชการที่ ขาดความโปร่งใส, ขาดความรอบคอบ, และขาดความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว
คำถามที่รัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจนที่สุดตอนนี้คือ การ”แอบเซ็น” ครั้งนี้… ได้นำ “ชาติ” ไปสู่โอกาสที่ยิ่งใหญ่… หรือเป็นเพียงการนำ “ตัวท่านเอง” ไปสู่ผลประโยชน์บางอย่าง โดยแลกกับการเดิมพันด้วยอนาคตของคนไทยทั้งประเทศ
แสดงความเห็น











