

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานพระวโรกาสให้ ผบ.ทบ. และคณะ เข้าเฝ้าถวายรายงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” พร้อมให้ ทบ. จัดสร้างบังเกอร์-หลุมหลบภัย พื้นที่ชายแดน
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสำนักองค์ประธาน นำ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยคณะผู้แทนกองทัพบก ประกอบด้วย พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พลตรี กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 และพลตรี วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบก เข้าเฝ้า เพื่อรับพระราชทานพระนโยบายเกี่ยวกับ การเข้าสนับสนุนการดำเนินงาน “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ณ ชั้น 11 อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
กองทุนหทัยทิพย์ จัดตั้งขึ้นตามพระดำริของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนและประเทศชาติ พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงภัยคุกคามในหลายรูปแบบ ทั้งเหตุการณ์ความไม่สงบ ภัยธรรมชาติ ความขัดแย้ง และสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนซึ่งเป็นแนวหน้าของการรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติ
ทั้งนี้ กองทุนหทัยทิพย์ เป็นกองทุนที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมบริจาคสมทบทุนตามกำลังศรัทธา ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรสาธารณกุศล และประชาชนทั่วไป ในการมีส่วนร่วมกันสร้างความมั่นคง และความปลอดภัยให้กับประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกแห่งความเสียสละและความรักชาติของประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีต่อสถาบันหลักของชาติ และตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคง
กองทัพบกจึงได้จัดตั้งคณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทางวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ โดยมี พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นหัวหน้าคณะทำงานฯ
ในโอกาสนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กราบทูลถวายรายงานต่อใต้ฝ่าพระบาท ถึงแนวทางและกรอบการดำเนินงานของกองทัพบกในการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” เพื่อให้การดำเนินการบรรลุผลตามพระประสงค์อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ได้กราบทูลถวายรายงานรายละเอียดของแผนการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นที่ความจำเป็นเร่งด่วนแรก ได้แก่การเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี และกองกำลังบูรพา
โดยได้กราบทูลถวายรายงานว่า จากการสำรวจความต้องการในพื้นที่พบว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดสร้างและปรับปรุงสิ่งป้องกันภัย ประกอบด้วย การปรับปรุงที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) ภายในฐานปฏิบัติการของหน่วยทหาร รวมทั้งสิ้น 799 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ กองกำลังสุรนารี จำนวน 727 แห่ง และ กองกำลังบูรพา จำนวน 72 แห่ง รวมถึงการจัดสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน เพื่อใช้เป็นสถานที่ปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้น 173 แห่ง กองกำลังสุรนารี จำนวน 167 แห่ง ขนาดความจุ 40 – 60 คน และกองกำลังบูรพา จำนวน 6 แห่ง ขนาดความจุ 40 คน
ในโอกาสนี้ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบก เข้าสนับสนุนการจัดสร้างหลุมบุคคล จำนวน 50 หลุม สำหรับใช้เป็นที่มั่นกำบังของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ และสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน จำนวน 8 แห่ง เพื่อใช้เป็นสถานที่ปลอดภัยให้ประชาชน ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อเป็นการดูแลช่วยเหลือ ทั้งทหารและประชาชน อย่างเร่งด่วนสำหรับใช้เป็นต้นแบบในห้วงแรกนี้ก่อน
โครงการดังกล่าวเป็นภารกิจสำคัญของกองทัพบกในการสนองพระปณิธาน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดนตลอดจนเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยจะดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้การสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” บรรลุวัตถุประสงค์ตามพระปณิธานอย่างสมบูรณ์
กองทัพบกขอน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้พร้อมมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจด้วยความตั้งใจ อุทิศตน และจงรักภักดี เพื่อให้ “กองทุนหทัยทิพย์” เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนจากทุกภาคส่วน ที่มีเป้าหมายร่วมกันคือการธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน
แสดงความเห็น











