‘อิชิอิ’ ม้ากลางศึก ผู้พิชิต 3 ถ้วยในประเทศ กับความหวังใน ‘เอซีแอล’ ของ ‘ปราสาทสายฟ้า’

DST.Special Report : “ผมเองมาตรงกลาง มาในเลกสอง แต่นักเตะมีความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมมากๆ ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้ ต้องให้เครดิตนักเตะในทีมทุกคน”

ประโยคนี้ มันสะท้อนความเป็น ‘มาซาทาดะ อิชิอิ’ กุนซือแดนซามูไรได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่า จะที่สมุทรปราการ ซิตี้ หรือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผู้ชายคนนี้ยังพูดน้อยและถ่อมตัวเสมอมา

แน่นอนว่า ‘อิชิอิ’ อาจจะถูกดึงมาเป็นและต้องยกความดีความชอบให้กับ ‘อเล็กซานเดร กาม่า’ เฮดโค้ชคนเก่าของปราสาทสายฟ้า ที่ทำผลงานไว้ได้ดีในเลกแรก แต่ไม่ได้หมายความว่า หลังจากนั้นจะเอาใครมาคุมก็ได้แล้วจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน

อย่าลืมว่า ‘อิชิอิ’ ไม่ได้พาบุรีรัมย์เป็นแค่แชมป์ไทยลีก แต่เขายังสอยถ้วยเอฟเอ คัพ และลีกคัพ มาประดับตู้โชว์ที่ถิ่นเซาะกราวเพิ่มได้อีก

เรียกง่ายๆ ว่า กวาดมันมาทุกถ้วย ทั้งที่อยู่กับทีมจริงๆ ได้ไม่ถึงครึ่งปี

การคุมบุรีรัมย์ที่เป้าหมายคือ แชมป์สถานเดียวนั้นไม่ง่ายเลย และเหล่าซูเปอร์สตาร์อย่าคิดว่า คุมง่าย พวกหัวขบถที่ทำกุนซือตกเก้าอี้มีมานักต่อนัก

ขณะเดียวกัน ‘อิชิอิ’ มีเวลาทำความคุ้นเคยกับนักเตะน้อยมาก สิ่งเดียวที่ต้องภาวนาคือ ขอให้นักเตะเข้าใจในรูปแบบการเล่นเร็วที่สูง ซึ่งโชคดีที่นักเตะปราสาทสายฟ้าจูนเข้ากับรูปแบบการเล่นของเขาได้เร็ว

มันจะออกแนว ‘คนละครึ่ง’ ต้องให้เครดิตทั้ง ‘อิชิอิ’ และ ‘นักเตะ’

เช่นเดียวกับเครดิตที่ต้องให้ ‘กาม่า’ เพราะหากกุนซือก่อนหน้านี้ทิ้งของที่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมเอาไว้ให้ งานของ ‘อิชิอิ’ อาจยากกว่านี้

ส่วนตัวยอมรับในฝีมือของ ‘อิชิอิ’ นั่นเพราะเขาเคยแสดงฝีมือกับทีมที่มีทรัพยากรจำกัด ไม่ได้อู้ฟู่อย่าง ‘สมุทรปราการ’ มาแล้ว ได้เห็นทรงบอลที่ดูสนุกมากันถ้วนทั่วถึง 2 ฤดูกาล

พอวันที่ ‘อิชิอิ’ มีทรัพยากรที่พร้อมเสร็จสรรพอย่าง ‘บุรีรัมย์’ แล้วทำได้ดีมันจึงการันตีฝีมือเขาอีกคำรบ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ‘อิชิอิ’ ทำได้แบบเดียวกันกับที่บุรีรัมย์ คือ คว้าทุกถ้วยในประเทศสมัยคุมทีมในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น เจลีก, เจลีก คัพ, เจลีก ซูเปอร์ คัพ และ เอมเพอร์เรอร์ คัพ

‘อิชิอิ’ เหลือถ้วยเดียวที่เท่ากับว่า กวาดหมดเกลี้ยง 100% คือ ‘ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนคัพ’ หรือรายการ ‘แชมป์ชนแชมป์’ ที่เอาแชมป์ไทยลีกมาดวลกับแชมป์เอฟเอ คัพก่อนเปิดฤดูกาล

แต่การที่บุรีรัมย์เล่นกวาด ‘ทริปเปิลแชมป์’ ทำให้ต้องไปเตะชิงถ้วยใบนี้กับรองแชมป์ไทยลีกกับ ‘บีจี ปทุม ยูไนเต็ด’ แทน ซึ่งถือเป็นบิ๊กแมตซ์เผาหัวระดับ 5 ดาว

ตอนนี้ ‘อิชิอิ’ ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีกแล้วสำหรับโทรฟี่ในประเทศไทย หากแต่สิ่งที่เขาต้องพิสูจน์อีกครั้งคือ การพาปราสาทสายฟ้าไปให้ไกลที่สุดใน ‘เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีกส์’

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หมายมั่นปั้นมือทุกครั้งที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้ ด้วยการทะลุไปในรอบที่ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังเคยฝ่าด่านหินเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว

รอติดตามเวย์ของบุรีรัมย์ในถ้วยเอเชียภายใต้มันสมองของ ‘อิชิอิ’ กันต่อไป.

__________
เรียบเรียง : โดยวนิลาสกาย
ขอบคุณภาพ : เพจ BURIRAM UNITED

แสดงความเห็น