สภาฯ เห็นแย้ง 3 ร่างพ.ร.บ. “เพื่อไทย” อภิปราย ซัด “ส.ว.” ใช้อคติทำกฎหมาย

สภาฯ เห็นแย้ง 3 ร่างพ.ร.บ. ที่วุฒิสภาแก้ไข ตั้งกมธ.ร่วมพิจารณาทบทวน “เพื่อไทย” ลุกอภิปราย ซัด “ส.ว.” ใช้อคติทำกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน ซึ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลายฉบับที่วุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติมหลังจากที่รับไปจากสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ ร่างพ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ร่วมกันของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันพิจารณาแล้วเสร็จ โดยที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบตามที่กมธ. ร่วมกันพิจารณา ด้วยเสียงเอกฉันท์ 289 เสียง มีผู้งดออกเสียง 1 เสียง และหลังจากนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเข้าสู่การประกาศเพื่อใช้เป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ต่อไ

และ 3 ร่างพ.ร.บ. คือ ร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ…, ร่างพ.ร.บ.วิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ… และ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ… ที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ที่ส.ส.ลงมติเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาที่วุฒิสภาแก้ไข และได้ตั้ง กมธ.ร่วมกันเพื่อพิจารณาทบทวนเนื้อหาอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ส.ส. พิจารณา ร่างพ.ร.บ.ที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ได้อภิปรายตำหนิถึงการทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายของวุฒิสภา ที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ และพบการแก้ไขที่เกินหลักการของร่างกฎหมาย เช่น ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพยานฯ ที่พบว่าวุฒิสภาได้แก้ไขมาตรา 3 โดยเพิ่มข้อความในคำนิยามของคำว่าพยาน “ไม่ให้รวมถึงจำเลยซึ่งศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษและหลบหนี”

โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าข้อความที่เพิ่มเติมคือ การเขียนกฎหมายโดยอคติ และเลือกปฏิบัติ ทั้งนี้สื่อมวลชนหรือประชาชทั่วไป ทราบได้ว่าหมายถึงใคร ทั้งนี้การเขียนกฎหมายต้องออกโดยทั่วไป เพื่อบังคับใช้กับประชาชนทุกคนเท่าเทียม ไม่ใช่เจาะจงไปยังบุคคลใด โดยการเขียนประโยคดังกล่าวในทางกฎหมายไม่มีประโยชน์ เพราะบุคคลที่หลบหนี กระบวนการยุติธรรมครอบคลุมดำเนินการที่ครบถ้วน ไม่ต้องเขียน และตนมองว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าอาย

“สภาฯ ใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไข ทั้งที่เป็นร่างกฎหมาย  ที่สภาฯ พิจารณา 3 วาระจบแล้ว โดยหลักประชาธิปไตย วุฒิสภามีหน้าที่เสาค้ำยัน ตรวจสอบเพื่อไม่ให้มีประเด็นใดที่บกพร่องหลุดรอดเป็นกฎหมายร้ายแรงแต่สิ่งที่แก้ไข เป็นกระบวนการทำกฎหมายล้ำเกินมายังสภาฯ เพราะกฎหมายของสภาฯ ออกกฎหมาย วุฒิสภากลั่นกรอง แต่สิ่งที่ส่งมาหลายฉบับ แก้ไขทำหน้าที่ร่างกฎหมายเพิ่มประเด็นจากหลักการและเหตุผลที่สภาฯ รับหลักการไว้ ทั้ง พ.ร.บ.จราจรสัตวบาล จำเป็นตั้งกมธ.ร่วมทำให้กฎหมายล่าช้า ดังนั้นควรทำเข้าใจในบทบาทหน้าที่สภาฯและวุฒิสภาในอนาคต” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายชวน กล่าวว่า “เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ส่งส.ส.ที่รอบรู้ไปให้เหตุผล ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ให้ความนับถือกัน อย่าไปว่าใคร”

แสดงความเห็น