ม็อบคัมแบ็ค รุกแก้ 112 3 นิ้วขยับบนถนน-พท.โหนช่วยในสภาฯ

“พรรคเพื่อไทย” นอกจากรีแบนด์พรรคใหม่ เปลี่ยนโลโก้-สโลแกนพรรค -เปลี่ยนหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้พรรคดูสด-ทันสมัยมากขึ้น  จะได้เข้าถึงฐานเสียง-กลุ่มเป้าหมายทางการเมือง พวกกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ เห็นได้จากการเปิดตัว แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาว ทักษิณ ชินวัตร ที่เข้าสู่ถนนการเมืองเต็มตัวในฐานะ ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และตอนนี้ถูกวางให้เป็น “เต็งหนึ่งแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย” เพื่อหวังตอบโจทย์ทั้งแฟนคลับเพื่อไทยเดิมและขยายฐานเสียงไปยังคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือ ท่าทีการเมืองของเพื่อไทย ที่นอกจากพยายามรักษาฐานเสียงเดิม-ขยายฐานเสียงใหม่แล้ว พบว่า เพื่อไทย พยายามแสดงออกถึงท่าทีในการพร้อมสนองตอบกลุ่มฐานเสียงของตัวเองมากขึ้น ชนิดแม้แต่บางเรื่องที่ เพื่อไทย เคยสงวนท่าที ไม่แอ็คชั่นการเมืองใดๆ มาวันนี้ ก็แสดงออก หากเรื่องนั้น เป็นเรื่องที่กองเชียร์แฟนคลับของเพื่อไทย ต้องการ แม้แต่กับเรื่องที่ พรรคเพื่อไทย ไม่เคยกล้าแสดงออกมาก่อน อย่างเรื่อง

“ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112″

หลังที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองในสภาฯ แค่พรรคเดียวคือ “พรรคก้าวไกล” ที่ชูธงเรื่องการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 มาตลอด ถึงขั้นเคยมีการให้ส.ส.ของพรรคร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  เข้าสภาฯมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ

แต่มาวันนี้ เมื่อ “ม็อบสามนิ้ว” เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย จนมีการเปิดประเทศ และมีข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการออกมาหลังการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อหัวค่ำวันอาทิตย์ที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่เสนอให้ ยกเลิกมาตรา 112

พบว่า เพื่อไทย ก็ไม่รอช้า แกนนำพรรคมีการออกจดหมายเปิดผนึกอย่างเป็นทางการ เผยแพร่ทางสื่อของพรรคเพื่อไทย ประกาศท่าทีพรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนข้อเรียกร้องดังกล่าวของม็อบสามนิ้ว อย่างรวดเร็ว

ซึ่งแม้จดหมายเปิดผนึกของพรรคเพื่อไทย จะไม่ได้บอกชัดๆ ว่า ตกลงเพื่อไทย จะเอาด้วยกับการเสนอแก้ไขมาตรา 112 หรือไม่ แต่ก็มีความระหว่างบรรทัดที่น่าสนใจ ชนิดสร้างความฮือฮาให้กับแวดวงการเมืองอย่างมาก แม้แต่กับกลุ่มม็อบสามนิ้ว กองเชียร์ม็อบ ยังคาดไม่ถึง ที่ เพื่อไทย จะเด้งรับเรื่องนี้แบบรวดเร็ว ถึงขั้นออกข่าว แถลงท่าทีพรรคในช่วงค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังม็อบราชประสงค์ ยุติการชุมนุม

ท่าทีอย่างเป็นทางการของเพื่อไทยดังกล่าว ทำผ่านจดหมายเปิดผนึก ที่ลงนามโดย “ชัยเกษม นิติศิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย” ระบุตอนหนึ่งว่า

“พร้อมนำข้อเสนอแก้กฎหมาย 112 และ 116 เข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภา นับเป็นการย้ำเจตนารมณ์ที่ได้กล่าวเอาไว้ในงาน พรุ่งนี้เพื่อไทย ที่ได้เรียกร้องให้ปล่อยนักโทษทางความคิด เพื่อฟื้นฟูหลักนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศ”

คาดว่าหลังจากนี้ แกนนำ-ส.ส.เพื่อไทย คงออกมาแสดงความชัดเจนมากขึ้นว่า ท่าทีของเพื่อไทยดังกล่าว หมายถึงอะไร เพราะการเอาเรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 116 เข้าสภาฯ ทำได้หลายวิธีการ

เช่น การให้ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เสนอเป็นญัตติด่วน ถามฝ่ายรัฐบาล กลางที่ประชุมสภาฯ หรือจะให้ส.ส.ของเพื่อไทย นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญฯชุดต่างๆ ของสภาฯ หรือว่าจะให้ส.ส.เพื่อไทย เสนอเป็นญัตติด่วนเพื่อขอให้สภาฯ เห็นชอบตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาเรื่องการดำเนินคดีมาตรา 112 และ 116 รวมถึงการคุมขังนักเคลื่อนไหวการเมือง ฯ เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หรือจะเอาแบบ พรรคก้าวไกล ไปเลยคือ ให้ส.ส.เพื่อไทย เข้าชื่อกันเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมปรับปรุงมาตรา 112 เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ 

หลายวิธีการดังกล่าว เปิดทางให้ เพื่อไทย เอาเรื่อง มาตรา 112 และการช่วยเหลือนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่โดนจับกุมคุมขังและยังไม่ได้รับการประกันตัว มาใช้เคลื่อนไหวในสภาฯ เพื่อสร้างคะแนนนิยมการเมืองให้กับพรรคเพื่อไทยได้ สุดแล้วแต่ว่าจะใช้วิธีการไหน

อย่างไรก็ตาม หากจะเอาแบบให้ชัด และแสดงออกว่า เพื่อไทย เอาจริง ไม่ได้แค่โหนม็อบ เชื่อว่า กองเชียร์ม็อบสามนิ้ว อยากให้ เพื่อไทย สุดๆ ไปเลย

คือให้ส.ส.ของพรรคเข้าชื่อกันเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าสภาฯไปเลย แบบที่ พรรคก้าวไกล เคยทำมาแล้ว แม้จะรู้ดีว่า ยังไง ก็แก้ไขไม่สำเร็จ เพราะส.ส.รัฐบาล-ส.ว. ไม่เอาด้วยแน่นอน

เพราะหาก เพื่อไทย เล่นปาหี่ หวังโหนกระแส ต้องการสร้างคะแนนนิยมให้กับพรรค เพื่อหวังแย่งคะแนนแข่งกับ “พรรคก้าวไกล” ที่เคยเป็นพรรคการเมืองที่เอาด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 และส.ส.ของก้าวไกล  ก็แสดงออกว่าหนุนม็อบสามนิ้วมาตลอด

เพราะสุดท้าย หากเพื่อไทย ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน   แทนที่ ท่าทีดังกล่าวของเพื่อไทย จะสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองและตัดคะแนนพรรคก้าวไกลได้ สุดท้าย เพื่อไทย อาจพลาด เสียคะแนนไปก็ได้ ถ้าสิ่งที่ประกาศไว้เรื่องมาตรา 112 และ 116  เพื่อไทย ไม่ได้ทำอะไรจริงจัง

ส่วนการเคลื่อนไหวของม็อบสามนิ้ว ที่ตอนนี้เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ก็อย่างที่หลายคนเห็นกันแล้วคือตอนนี้ ประเด็นข้อเรียกร้องหลักมีแค่เรื่องเดียวแล้วคือให้

“ยกเลิกมาตรา 112″

ไม่มีเรื่องขอให้นายกฯลาออกหรือแก้ไขรธน.อะไรอีกแล้ว และข้อเรียกร้องดังกล่าว ทางกลุ่มม็อบคงเคลื่อนไหวเรื่องนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ โดยเฉพาะการหวังผลให้ มีการปล่อยตัวชั่วคราว แกนนำม็อบที่อยู่ระหว่างการถูกคุมขังหลังถูกถอนประกัน

เห็นได้จากแถลงการณ์ ที่ออกมาเมื่อช่วงค่ำระหว่างการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งแกนนำคือ “รุ้ง-นส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำม็อบ” อ่านแถลงการณ์คณะราษฎรยกเลิก 112 เรื่อง “ปล่อยนักโทษการเมือง – ยกเลิกม.112” ที่มีเนื้อหาบางส่วน ความว่า

“ณ เวลานี้ มีราษฎรที่ถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112 มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งในทางจำนวนมากถึง 159 คดี สำคัญอย่างยิ่งที่ราษฎรทุกหมู่เหล่าจำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจกันเดินหน้ายกเลิกกฎหมายนี้ และจะมีการเคลื่อนไหว รวบรวมราษฎรเพื่อเรียกร้องเข้าชื่อเสนอกฎหมายและการประกันตัวของนักต่อสู้ทางการเมือง”

เมื่อเป้าหมาย ข้อเรียกร้องหลักของม็อบสามนิ้ว ตอนนี้คือเรื่องยกเลิกมาตรา 112 แค่เรื่องเดียว แต่เป็นข้อเรียกร้องที่อ่อนไหวในสังคม และทำให้คนเกิดความเห็นที่แบ่งออกเป็นสองขั้วชัดเจน คือเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

สิ่งที่ตามมา ที่น่าหนักใจไม่ใช่น้อย ก็คือ เรื่องดังกล่าว อาจยิ่งตอกลิ่ม ให้คนในสังคม แบ่งขั้ว-แบ่งฝ่าย กันชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจะยิ่งขยายช่องว่างระหว่างคนสองรุ่น คือ รุ่นเก่า-รุ่นใหม่  ให้เห็นต่างและขัดแย้ง กันมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน

แสดงความเห็น