กมธ.ดีอีเอส ชี้ แฮกข้อมูลเรียกค่าไถ่แนวโน้มรุนแรงขึ้น เล็ง นำเข้ากมธ. ทำระบบป้องกันภัยไซเบอร์

น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) เปิดเผยกรณีการแฮกข้อมูลผู้ป่วยของกระทรวงสาธารณสุข 16 ล้านคนว่า ตนเองในฐานะประธานกมธ. ดีอีเอส รับทราบข่าวนี้ และติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เราให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างมาก เพราะก็เคยเกิดกับโรงพยาบาลสระบุรีมาแล้ว เรื่องนี้จะเป็นภัยทั้งในแง่ความมั่นคง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะไม่ใช่เกิดเฉพาะกับโรงพยาบาล แต่เกิดกับสถาบันการเมือง ระบบการขนส่ง ซึ่งจะกระทบกับคนจำนวนมาก ดังนั้นการประชุมกมธ.ในวันที่ 9 ก.ย นี้ จะได้มีการหารือกันกรรมาธิการ เพื่อจะนำเข้าเป็นวาระของกรรมาธิการฯ ในครั้งต่อไปดำเนินการเสนอแนวทางการป้องกันในอนาคต

ด้านพันเอกเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กมธ.ดีอีเอส กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า เกิดจากฐานข้อมูลหน่วยงานในประเทศไทย ไม่มีระบบการรักษาระบบความปลอดภัยด้านไซเบอร์ จึงทำให้ถูกเจาะข้อมูลได้ง่าย ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงประเทศไทยเรามี พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อยู่แล้ว ซึ่งจะมีข้อกำหนดชัดเจนว่าต้องวางระบบการรักษาข้อมูลความปลอดภัยในออนไลน์ แต่ขณะนี้ยังถือว่าหละหลวมอยู่ โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง คือ สำนักงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และกระทรวงดีอีเอส แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ จึงเชื่อว่าหลังจากนี้ การถูกแฮกข้อมูลออกไปจากหน่วยงานรัฐจะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปเรียกค่าไถ่ได้ 

แสดงความเห็น