‘ฝ่ายค้าน’ ที่ถูก ‘ตรวจสอบ’


หาก “ประชาธิปัตย์” เป็น “ฝ่ายค้าน” รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะเจองานลำบากกว่านี้

แต่เมื่อ “ประชาธิปัตย์” ที่จัดจ้านในงานตรวจสอบมาเป็น “รัฐบาล” ซึ่งมีอำนาจแทบจะเบ็ดเสร็จ มันจึงทำให้การทำหน้าที่ของ “ฝ่ายค้าน” ไม่เข้มข้นเท่าที่ควร

มีหลายอย่างที่ “รัฐบาล” ชุดนี้ทำพลาด ชนิดที่ว่า หากฝ่ายตรวจสอบในสภาตอนนี้เป็น “ประชาธิปัตย์” อาจไม่เป็นอันทำงานทำการกันเลย

แต่ 7 พรรคฝ่ายค้านเองที่ “ไม่แข็ง” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “ขาเก๋า” หลายคนอดเข้าสภา ในขณะที่พวกที่หลุดรอดตะแกรงเข้ามาก็ “ไม่คม” พอที่จะเฉือนเนื้อรัฐบาล

กลับกัน หลายครั้งหลายหนตาลปัตรเป็น “รัฐบาล” ที่เป็นฝ่ายรุกไล่ “ฝ่ายค้าน” ด้วยองคาพยพที่วางขุมข่ายเอาไว้ในกลไกต่างๆ ของประเทศเรียบร้อยแล้ว   

“เสี่ยเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นอกจากไม่ได้เข้าสภาไปทำหน้าที่ผู้แทน ยังเป็น “ฝ่ายค้าน” ที่ถูกตรวจสอบมากที่สุด ยิ่งกว่าฝ่ายบริหาร และคนเป็นนายกรัฐมนตรี 

ตั้งแต่กระโจนเข้าการเมืองตามกลไกรัฐธรรมนูญ “เสี่ยเอก” มีคดีราวกับ “ดินพอกหางหมู” และดูทีท่าจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ 

ไล่เรียงคดีที่ “เสี่ยเอก” ตกเป็น “ผู้ถูกกล่าวหา” ในฐานะ ส.ส. แต่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ กรณีถือครองหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ที่ประกอบกิจการทำสื่อ ซึ่งขัดกับคุณสมบัติ ส.ส. เรื่องอยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โทษหนักสุดของคดีนี้คือ “ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง” กับเลวร้ายที่สุดคือ “ยุบพรรค”

อีกคดีคือ กรณีล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติรย์ทรงเป็นประมุข ที่นายณฐพร โตประยูร ไปยื่นผ่านช่องทางอัยการสูงสุด ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้แล้ว โทษหนักสุดของคดีนี้คือ “ยุบพรรค” กับ “ตัดสิทธิ์ทางการเมือง” ของกรรมการบริหารพรรค

นอกจากนี้ ยังมีกรณี “ธนาธร” ปล่อยกู้พรรคอนาคตใหม่จำนวน 191 ล้านบาท ส่อขัด พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ในเรื่องของรายได้พรรคการเมือง ซึ่งอยู่ในการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  โทษหนักสุดของคดีนี้คือ “ยุบพรรค” กับ “ตัดสิทธิ์ทางการเมือง” ของกรรมการบริหารพรรค

กรณีปล่อยเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ยังคาบเกี่ยวไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ “ธนาธร” ยื่นทรัพย์สินเอาไว้ว่า ปล่อยให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงินจำนวน 191 ล้านบาท ซึ่งนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไปยื่นให้ตรวจสอบว่า เป็นการ “ยื่นเท็จ” หรือไม่

เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม “ธนาธร” และ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ชี้แจงว่า พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน “ธนาธร” จำนวน 110 ล้านบาท ซึ่งยอดไม่ตรงกับที่ยื่นกับ ป.ป.ช. หากตรวจสอบได้ว่า มีการแจ้งทรัพย์สินเป็นเท็จ โทษหนักสุดคือ “ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง” และเลวร้ายสุดคือ “จำคุก” 

ขณะเดียวกัน ยังมีเรื่องใหม่เข้ามาเรื่อยๆ อย่างล่าสุดพบว่า “ธนาธร” ว่าจ้างบริษัท APCO Worldwide LLC ในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นบริษัททำประชาสัมพันธ์อิสระ หรือลักษณะงานคล้ายกับ “ล็อบบี้ยิสต์” 

หลายฝ่ายกำลังตรวจสอบว่า ผิดกฎหมายหรือไม่ โดยมีการให้ความเห็นหลากหลายว่า สำหรับประเทศไทยการว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ยังไม่ได้เปิดกว้างเหมือนกับต่างประเทศ

สถานะตอนนี้ของ “ธนาธร” จึงเป็น “ฝ่ายค้าน” ที่พลิกผันมาเป็นฝ่ายถูกตรวจสอบเสียเอง

เซียนการเมืองหลายคนฟันธงว่า มรสุมที่รุมเร้า “ธนาธร” ตอนนี้จะยังไม่ร้ายแรงมากนัก แต่จะถึงจุดพีค หลังครบ 1 ปีของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะคดียุบพรรค

ซึ่งตรงกับช่วงที่ กกต.จะคำนวณคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ และหากมีการยุบพรรคของพรรคอนาคตใหม่จริง คะแนนของพรรคจะถูกนำไปคำนวณใหม่ เพื่อถัวเฉลี่ยให้พรรคอื่นๆ

หน้าการเมืองจะเปลี่ยนไปอย่างมาก