ตำรวจเตรียมกำลัง 4000 นาย รับมือม็อบหน้ารัฐสภา

พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงกรณีที่กลุ่มราษฎร นัดชุมนุมหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการดูแลการชุมนุมวันนี้จะถอดบทเรียนมาจากการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการจัดกำลังตำรวจที่จะปรับให้มีความเหมาะสมมากขึ้น  เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้กฎหมาย 

ทั้งนี้ฝากถึงกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้ยังใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จึงอยากให้ผู้ชุมนุมใช้แนวทางการเจรจากับหน่วยงานที่อยากเรียกร้องเป็นหลัก ซึ่งหากมีการชุมนุมเกิดขึ้นก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย 

ขณะที่ข้อมูลทางการข่าวพบว่า วันนี้ได้มีการรวมตัวกันชุมนุมใน 2 จุด จุดแรกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเวลา 10.00 น. และ จุดที่สอง คือบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาใน 15.00 น. โดยวันนี้จะมีการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมหรือไม่นั้น รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ไม่สามารถตอบได้เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุม หากมีการยั่วยุ หรือ สร้างสถานการณ์ความรุนแรง ตำรวจก็ต้องดำเนินการตามยุทธวิธีเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ส่วนจะเปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาได้ถึงบริเวณไหนนั้น ก็จะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

สำหรับวันนี้ได้เตรียมกำลังตำรวจไว้ 4,000 นาย เพื่อผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ โดยเบื้องต้นตำรวจจะแบ่งประจำการ 3 จุด คือ หน้า บ.บุญรอด /แยกเกียกกายวัดแก้วฟ้าจุฬามณี /และ วัดประดู่ธรรมาภิปัต ส่วนการชุมนุมเมื่อวานนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับบุคคลใด เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

ขณะที่แกนนำกลุ่มราษฎร นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่ามีการปล่อยข่าวว่าวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมจะนำระเบิดปิงปอง 40 ลูกมาสร้างสถานการณ์ในการชุมนุมนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง พร้อมขอความร่วมมือผู้ชุมนุมให้ต่อสู้ด้วยสันติวิธีงดการพกพาอาวุธเข้าพื้นที่ชุมนุม

สำหรับบรรยากาศหน้าอาคารรัฐสภา(เกียกกาย) ถนนสามเสน มีรถฉีดควบคุมฝูงชน หรือ รถน้ำจีโน่ / รถเติมน้ำ / และ กำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนมาสแตนบายไว้ภายในรัฐสภา ซึ่งทางเข้า-ออกของอาคารรัฐสภาวันนี้เปิดเพียง 1 ประตูใหญ่สำหรับให้รถเข้า-ออกเท่านั้น