ศึกคนกันเอง “ปชป.VSพปชร.” เลือกตั้งซ่อมเมืองนครฯ พรรคสีฟ้า กัดฟันกรอด

น่าจับตาไม่น้อยกับ ศึกเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช แทน เทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) หลายสมัย ที่หลุดจากส.ส.จากผลพวงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง น่าจะกำหนดให้มีการเลือกตั้งซ่อมช่วงประมาณต้นเดือนมีนาคม 

ที่บอกต้องจับตา เหตุก็เพราะศึกนัดนี้ แนวโน้มจะกลายเป็นศึกเลือกตั้งซ่อมที่เป็นการแข่งขันกันเองอย่างเข้มข้น ระหว่าง

“พรรคร่วมรัฐบาล”

ด้วยกันเอง คือพรรคปชป. ที่ต้องรักษาพื้นที่เดิมของเทพไทเอาไว้ กับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)  พรรคแกนนำรัฐบาล ที่ก็ต้องการรุกคืบในพื้นที่ภาคใต้ให้มากขึ้น  และเห็นว่าตัวเองมีความชอบธรรมที่จะส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมได้ เพราะผลการเลือกตั้งเมื่อมีนาคม 2562 คนของพรรคพปชร. คือ อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ได้คะแนนมาอันดับสอง คือ 28,742 คะแนน ตามหลัง เทพไทที่ได้ 33,310 คะแนน ก็ห่างกันประมาณสี่พันกว่าคะแนน ที่ถือว่าสูสี ยิ่งพรรคภูมิใจไทย ไม่ส่ง “ว่าที่ร.ท.สนั่น พิบูลย์” ซึ่งเลือกตั้งปี 2562 มาอันดับสามได้ 15,490 คะแนน ก็อาจจะทำให้คะแนนของภูมิใจไทย อาจสวิงไปมา จนไหลมาที่พปชร. ก็ได้ เลยทำให้ ฝ่ายพปชร. โดยเฉพาะกลุ่มส.ส.ภาคใต้ มั่นใจว่า “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” อดีตข้าราชการกรมการปกครอง อาจเบียดสู้ประชาธิปัตย์ได้ ถึงต่อให้ ปชป. จะส่ง “พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์-อดีตรองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช” น้องชายของเสี่ยคึก เทพไท ลงป้องกันแชมป์ ก็ตาม 

ส่วนที่มีข่าวพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาจจะส่งผู้สมัครของฝ่ายค้านพรรคใดพรรคหนึ่ง ลงสมัครไปสู้กับปชป.และพปชร. ว่ากันตามสภาพ เห็นกันชัดในพื้นที่ โอกาสฝ่ายค้านเป็นไปได้ยากมาก 

ไม่ต้องคิดอะไรมาก เอาแค่ “กระแสนิยมคนใต้” ที่ถือเป็นพื้นที่ “สีเหลืองเข้ม” คือไม่เอาฝ่ายค้าน-กลุ่มม็อบสามนิ้ว  จนทำให้ผลการเลือกตั้งนายกฯอบจ. ที่ผ่านมา ที่คะแนนของผู้สมัครนายกฯอบจ.และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ของคณะก้าวหน้า ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในภาคใต้ต่ำเรี่ยราด ไม่นับรวมกับกระแสต่อต้าน ฝ่ายค้าน-พรรคก้าวไกล-คณะก้าวหน้า ที่คนภาคใต้มองว่ากลุ่มขั้วฝ่ายค้าน มีความยึดโยงกับม็อบสามนิ้วและขบวนการบั่นทอนศรัทธาสถาบันฯ 

อีกทั้ง เมื่อไปดูแนวร่วมฝ่ายค้านในเวลานี้ ทั้ง เพื่อไทย-พรรคก้าวไกล-พรรคเสรีรวมไทย-พรรคประชาชาติ ทั้งหมดล้วนแต่ไม่มีฐานเสียง คะแนนนิยมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่เลย อย่าง พรรคประชาชาติ ก็มีแค่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น 

ด้วยเหตุนี้ ไม่ได้ปรามาสกันล่วงหน้า แต่ข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับกันก็คือ หากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย ก็คงเป็นได้แค่ ไม้ประดับ โอกาสที่จะมาเบียดสู้ปชป.กับพปชร. แทบมองไม่เห็น กับสถานการณ์ในยามนี้ เผลอๆ อาจสู้ “สราวุฒิ สุวรรณรัตน์-ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมอีกคนจาก พรรคกล้า” ที่เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ของนครศรีธรรมราช ซึ่ง พรรคกล้า โดยการนำของ กรณ์ จาติกวณิช ส่งประเดิมเป็นผู้สมัครส.ส.คนแรกของพรรคกล้า ไม่ได้ด้วยซ้ำ 

จึงไม่แปลกที่ ศึกเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช ที่จะเกิดขึ้น จะเป็น “ศึกชนกันเอง” ของพรรคร่วมรัฐบาล โดยที่ พรรคปชป.ได้แต่ พะอืดพะอม ที่พปชร. ไม่ยอมหลีกทางให้ เมื่อเป็นแบบนี้ พรรคปชป.ก็ต้องสู้ให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้าง 

ในส่วนของพรรคปชป. รายชื่อผู้สมัครที่พรรคจะเคาะออกมาอย่างเป็นทางการ ต้องรอกันวันศุกร์ที่ 5 ก.พ.นี้ เพราะทุกอย่าง ปชป. ทำแบบมีขั้นมีตอน เนื่องจาก พื้นที่ภาคใต้ เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค ใครต่อใครก็อยากมาลงกับปชป. เพราะโอกาสได้เป็นส.ส.มีสูงมากที่สุด ทำให้ทุกเขตทุกจังหวัดในภาคใต้ จะมีคนรอเบียดรอลุ้นอยากจะลงในนามพรรคปชป.มาตลอด จนก่อนหน้านี้ เป็นที่พูดกันไปทั่วว่า หากพรรคปชป.มีมติส่งใครลงสมัครส.ส.เขต ภาคใต้ ในนามพรรค คนนั้นก็ไปเตรียมตัดชุดรอแต่งตัวเข้าสภาฯ เป็นส.ส.ได้เลย จนเกิดเป็นวาทกรรมทางการเมืองที่ว่า ภาคใต้ พรรคปชป. “ส่งเสาไฟฟ้าลงยังได้” 

ก่อนที่มนต์ขลัง เสาไฟฟ้าปชป. จะหมดไปกับการเลือกตั้งปี 2562 เพราะถูกคู่แข่งขันทั้งพลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย เข้าไปเจาะหลายจังหวัด ทำเอาขนาดส.ส.7-8 สมัย อย่างพวก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง-วิรัช ร่มเย็น อดีตส.ส.ระนอง-วิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย สอบตกน้ำตาแทบร่วงมาแล้ว แต่แม้กระแสพรรคปชป.ในภาคใต้จะตกลง แต่ก็ยังถือว่า ยังมีภาษีดีกว่าพรรคการเมืองอื่น 

ทำให้ยังไงก็ตามแต่ ในภาคใต้ คนก็ยังอยากได้ลงสมัครส.ส.เขตภาคใต้ในนามพรรคปชป. เป็นอันดับหนึ่งอยู่ดี ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้การแข่งขันในจังหวัดในภาคใต้ รวมถึงการแข่งขันในพรรคปชป.กันเอง เลยสูงตามไปด้วย

ยิ่งเป็นที่รู้กันดีว่า นักการเมืองภาคใต้ปชป. ส่วนใหญ่มีนิสัย ชอบส่งไม้ต่อให้ลูกหลาน-เครือญาติ ได้ลงสมัคร จนยากที่คนนอก จะแทรกเข้ามาได้ หากเส้นไม่ใหญ่ ฐานเสียงไม่แข็งจริงๆ ก็โค่นเจ้าของพื้นที่เดิมออกไปได้ยาก 

รอบนี้ก็เช่นกัน เทพไท ก็ต้องการส่งมอบพื้นที่เขตเลือกตั้งของตนเอง ให้กับ เครือญาติ คือ “พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชาย” ลงสมัคร จึงมีการผลักดันเต็มที่ ขณะที่ในพื้นที่นครศรีธรรมราช โหวตเตอร์ของปชป. บางส่วน หนุนหลัง “เชาว์ มีขวด อดีต รองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ -ทนายความ” ลงสมัคร แม้แรงหนุนจากคนในพรรคโดยเฉพาะระดับผู้ใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ยังไม่ค่อยออกแรงเชียร์ เชาว์ ที่มีภาพเป็นคนของขั้วอำนาจเก่า สายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่าใดนัก  

อย่างไรก็ตาม พรรคปชป.จะส่งคนลงเลือกตั้ง ทางพรรคก็มีกระบวนการที่วางไว้อย่างเป็นระบบคือ มีการเปิดรับสมัครคนที่จะลงเลือกตั้งช่วง 30 ม.ค.ถึง 1 ก.พ. จากนั้น วันที่ 2 ก.พ.พรรคจะส่งรายชื่อคนที่แสดงเจตจำนง ไปให้ ตัวแทนประจำจังหวัด-โหวตเตอร์พรรคในเขตเลือกตั้งพิจารณา กึ่งๆเหมือนจะทำไพรมารีโหวตแบบภายใน จากนั้น  3 ก.พ. ตัวแทนประจำจังหวัดรวบรวมความคิดเห็นส่งกลับมายังพรรคปชป.ในส่วนกลาง แล้ววันที่ 4 ก.พ. จะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหา ที่มี ชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราชหลายสมัยเป็นประธาน เพื่อนำเสนอรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ต่อคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 5 ก.พ.เพื่อประกาศชื่อเป็นผู้สมัครของพรรคปชป.อย่างเป็นทางการต่อไป 

ขณะที่ในพปชร.  พบว่า แม้กลุ่มภาคใต้ในพลังประชารัฐ จะแตกออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มด้ามขวาน กับกลุ่มใต้ใหม่ ที่แยกกันเดินมาเป็นปีแล้ว แต่รอบนี้ กลุ่มภาคใต้พลังประชารัฐโดยเฉพาะสายนครศรีธรรมราช ทั้ง รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.เขต 1-สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส. เขต 2 -สายันต์ ยุติธรรม ส.ส.เขต 7 ต่างจับมือแพ็คกันแน่น เพื่อพยายามเรียกร้องให้แกนนำพปชร. อย่าหลีกทางให้ปชป. โดยพบว่า 3 ส.ส.นครศรีธรรมราช พปชร. ต่างเห็นด้วยที่ควรส่ง คนเดิม “อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ลงทำศึก แม้ต่อให้ ต้องสู้กับน้องเทพไท ก็ตามที 

เลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราชที่จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม  หากสุดท้าย ไม่มีอะไรพลิกโผ โดยพรรคพปชร. ลงทำศึกด้วย จะทำให้เป็นการเลือกตั้งซ่อมที่แตกต่างจากสนามเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาหลายครั้งทั้งที่ เชียงใหม่-นครปฐม-ขอนแก่น-กำแพงเพชร-สมุทรปราการ เพราะรอบนี้ ฝ่ายค้าน ลงแค่เป็นไม้ประดับ แต่ของจริง พรรคร่วมรัฐบาล เขาบี้กันเอง แล้วแบบนี้จะไม่มันส์ได้ยังไง