ชิงผู้ว่าฯกทม. ทำพปชร. ส่อป่วน บิ๊กแป๊ะ-ทยา ถือตั๋วคนละใบ

หลัง “บิ๊กแป๊ะ- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” ชิงออกตัวเร็ว แบบไม่รอใครแล้ว  ด้วยการส่งการ์ดอวยพรปีใหม่ถึงหน้าบ้าน ประชาชนชาวกทม. เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเป็นการ์ดที่มีข้อความระบุว่า 

“Happy New Year 2021 สวัสดีปีใหม่ 2564 ขอให้ทุกท่านมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงตลอดปี ด้วยความปรารถนาดี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา”

แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ อดีตผบ.ตร. ที่เพิ่งเกษียณอายุราชการเมื่อ 30 ก.ย. 2563 ที่ผ่านมา เอาแน่ กับการลงสมัครชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯกทม. ที่แม้ตอนนี้ อาจยังไม่มี “เสื้อคลุมพรรคการเมือง” สวมใส่ แต่แวดวงการเมืองและคนกทม.ก็รู้ดีว่า บิ๊กแป๊ะ ผู้ได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร.ในยุคคสช. และอยู่มาได้ตลอดรอดฝั่งร่วมห้าปี ตั้งแต่ยุคคสช.ถึงยุครัฐบาล พลังประชารัฐ แบบไม่มีใครแซะลงจากเก้าอี้ได้ ก็ด้วยสายสัมพันธ์อันดีของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กับแกนนำคสช.-แกนนำพลังประชารัฐ โดยเฉพาะ “ลุงป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ”  ตลอดจนสายสัมพันธ์กับ เครือข่ายการเมืองอื่นๆ ในปีกรัฐบาล-ขั้วอำนาจคสช.จนถึงยุครัฐบาลปัจจุบัน ทั้งที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ เช่น ธรรมมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯและ แกนนำพลังประชารัฐ รวมถึงคีย์แมนในฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลทั้งภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ เท่านั้นไม่พอ ยังมีสายสัมพันธ์อันดีกับ ขุมข่าย สายกลุ่มทุนหลายแห่ง รวมถึงแวดวง ยุทธจักรคนมีสี  หลายกลุ่ม เพราะด้วยความอยู่ในเก้าอี้ผบ.ตร.มาร่วมห้าปี จึงทำให้มีเครือข่ายคอนเน็คชั่นกว้างขวาง ที่พร้อมให้การสนับสนุนพล.ต.อ.จักรทิพย์ ทั้งแบบเปิดเผยและปิดลับ ตามสไตล์ “คนมีแต่พวก” 

ไม่นับรวมกับ ความพร้อมส่วนตัวของบิ๊กแป๊ะเอง ที่ก็เป็นคนมีฐานะ-ร่ำรวยคนหนึ่ง ด้วยเพราะครอบครัวฝ่ายภรรยา มีเครือข่ายธุรกิจมากมาย จึงทำให้ การเตรียมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.ของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ถือว่าเป็นคนที่มีความพร้อมมากที่สุดคนหนึ่ง 

ชนิดเรียกได้ว่า หากฝ่ายขั้วรัฐบาล อย่าง พลังประชารัฐ ที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล และเป็นพรรคการเมืองที่มีส.ส.กทม.มากที่สุดในเวลานี้คือ 12 คน ให้การสนับสนุนโดยส่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ลงเลือกตั้งในนามพรรค พลังประชารัฐ หรือแม้ไม่ส่งลงเลือกตั้งในนามพรรค แต่คอยสนับสนุนอยู่ห่าง ๆ ผ่านเครือข่ายคนของพลังประชารัฐในทุกสาย  รวมถึงต้องไม่ไปสนับสนุนคนอื่นลงมาแข่งด้วย  เพื่อป้องกันการตัดคะแนนกันเอง  

มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้าทุกอย่าง เดินไปตามแผนการทางการเมืองข้างต้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็น่าจะมั่นใจได้ไม่น้อยว่า ลงเลือกตั้งแล้ว ก็มีสิทธิ์ได้ลุ้น เป็นผู้ว่าฯกทม.เช่นกัน 

ยิ่งหาก “พรรคประชาธิปัตย์” ที่แม้จะเคยเป็นแชมป์ผู้ว่าฯกทม.มาถึงสี่สมัยติดต่อกัน คือ อภิรักษ์ โกษะโยธิน สองสมัยและม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร อีกสองสมัย ถ้าสุดท้าย พรรคประชาธิปัตย์ หาคนลงชิงผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้ หรือไม่มีชื่อที่ดีไปกว่า ชื่อที่คนในพรรคออกมาโยนหินถามทาง ไม่ว่าจะเป็น องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคสายกทม.-ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค อดีตรองผู้ว่าฯกทม. -พนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.-ปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค ด้านเศรษฐกิจ  

หากพรรคประชาธิปัตย์ หาคนที่ “สด-ใหม่-ภาษีดีกว่า” ดีกว่าทั้งสี่คนข้างต้นไม่ได้ ตัว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็คงเชื่อว่า ตัวเองน่าจะมีดีกว่า สี่ชื่อดังกล่าวของประชาธิปัตย์ และอาจมองไปว่า คู่แข่งที่น่ากลัวตัวจริง น่าจะเป็น “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม” ที่ลงสมัครอิสระ แต่อยู่ใต้เงาของ ทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย มากกว่า 

อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่า เส้นทางของบิ๊กแป๊ะ ในการลงทำศึกผู้ว่าฯกทม.ภายใต้แรงหนุนจากพลังประชารัฐ และแกนนำรัฐบาล ในอนาคตอันใกล้ที่คาดว่าอาจเป็นช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้ จะราบรื่นเสียทีเดียว 

เพราะพลันที่ บิ๊กแป๊ะ เริ่มเปิดตัวจะลงชิงชัย ก็พบว่า การออกตัวเร็วของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ทำให้คนในพรรคพลังประชารัฐ ก็รอช้าไม่ได้แล้ว หลังจากซุ่มเงียบ มาหลายเดือน แต่พอเห็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชิงออกตัวก่อน คนในพลังประชารัฐ ก็รอไม่ได้ ต้องชิงเปิดตัวเช่นกัน 

นั่นก็คือ การประกาศขอลงชิงชัยในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เช่นกันของ “อีฟ-ทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.สมัย ม.ร.ว. สุขุมพันธ์-อดีตแกนนำแนวร่วมกปปส. -ภริยาของ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ-รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ”

โดยแม้ ทยา จะไม่ได้ออกมาพูดอย่างเป็นทางการ แต่ ณัฏฐพล-สามี  ก็ชิงบอกให้สาธารณชนรับรู้ กันไปทั่ว รวมถึงเข้าไปแจ้งด้วยวาจาต่อหน้า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ทำเนียบรัฐบาล สองวันติดต่อกันเมื่อปลายสัปดาห์นี้  เพื่อให้รู้ว่า “ทยา” จะลงชิงบิ๊กเสาชิงช้าด้วย

จึงเท่ากับว่า เครือข่ายขั้วการเมือง พลังประชารัฐ ตอนนี้มีแล้วสองชื่อ ที่จะลงชิงผู้ว่าฯกทม. คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และทยา ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ที่ย้ายสายจากประชาธิปัตย์มาอยู่กับขั้วพลังประชารัฐ ประเมินดูแล้ว คนในพลังประชารัฐ คงมองว่า พล.ต.อ.อัศวิน เข็นลำบาก เพราะหมดความสด-ใหม่ไปแล้ว คนกทม.คงไม่น่าจะเอาด้วย เพราะทุกวันนี้ก็ถือว่า พล.ต.อ.อัศวิน อยู่นานเกินไปแล้ว 

กระนั้น เมื่อดูท่าทีของแกนนำพลังประชารัฐหลายสาย เชื่อได้ระดับหนึ่งว่า การส่งคนลงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เป็นไปได้ ที่พลังประชารัฐ จะใช้หลักเดียวกับตอนเลือกตั้งอบจ.คือ ไม่ส่งคนลงในนามพรรคอย่างเป็นทางการ โดยอ้างเรื่องเพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายโดนเอาผิดได้ทั้งตัวพรรค-กรรมการบริหารพรรคและตัวผู้สมัคร อีกทั้งเกรงจะมีปัญหาไม่คล่องตัวหากมีการส่งคนลงเลือกตั้งท้องถิ่นในนามพรรคโดยที่พลังประชารัฐ เป็นพรรครัฐบาล แม้ในความเป็นจริง ข้ออ้างดังกล่าว ก็ไม่ตรงทั้งหมด เพราะลึกๆแล้ว การที่พรรคพลังประชารัฐ พยายามเลี่ยงไม่ส่งคนลงเลือกตั้งท้องถิ่นในนามพรรค ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาความขัดแย้งแตกแยกภายในพรรคพลังประชารัฐ จากปัญหาหลายขั้วในพรรคต้องการส่งคนของตัวเองลงท้องถิ่น เลยใช้วิธี ไม่ส่งลงอย่างเป็นทางการแต่หนุนอยู่ข้างหลัง 

กับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.รอบนี้ก็เช่นกัน “บิ๊กป้อม” และแกนนำพลังประชารัฐ หลายขั้ว คงไม่ต้องการให้พรรคเกิดปัญหาภายในกันเอง หากจะมีมติส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯกทม.อย่างเป็นทางการ เพราะฝ่าย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็มีกำลังภายในจากแกนนำพรรคพลังประชารัฐ หลายก๊กพร้อมสนับสนุนให้ลงชิงผู้ว่าฯกทม. 

ขณะที่ ฝ่าย ณัฏฐพล ก็มั่นใจเช่นกันว่า ตัวเอง ก็ไม่ธรรมดาในรัฐบาลและในพลังประชารัฐ  อย่างน้อย ก็มีขุมกำลัง ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ ส่วนหนึ่งประมาณ 6 เสียงจาก 12 เสียง รวมถึงแรงหนุนจาก พวกว่าที่ผู้สมัครส.ก. ที่เป็นอดีตส.ก. หลายคน ซึ่งย้ายมาจากทั้งเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ มาอยู่กับพลังประชารัฐเวลานี้  ทั้งหมดคือแบ็คอัพให้กับตนเอง จึงทำให้ ณัฏฐพล  ก็มั่นใจว่า มีกำลังภายในเพียงพอที่จะ ผลักดันให้ “ทยา” ได้ลงสมัครชิงผู้ว่าฯกทม.ในเครือข่ายพลังประชารัฐได้ ไม่นับรวมกับแรงหนุนจากแกนนำพลังประชารัฐ ที่กอดคอกันมาตั้งแต่สมัยประชาธิปัตย์-กปปส.อย่าง พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ – สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม. เป็นต้น 

เมื่อทั้งบิ๊กแป๊ะ-ทยา ต่างก็ถือตั๋วกันคนละใบแบบนี้ ทางออกที่ดีที่สุด ที่ “บิ๊กป้อม-พลังประชารัฐ” ต้องใช้อีกครั้งก็คือ การที่พรรคจะให้คนของเครือข่ายพรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.แบบอิสระ แล้วก็ให้ เครือข่ายการเมืองของพลังประชารัฐและรัฐบาล ไปสนับสนุนอยู่ข้างหลัง 

กระนั้น ต้องไม่ลืมว่า เมื่อไปถึงช่วงโค้งสุดท้าย ตอนที่สนามแข่งขันชิงผู้ว่าฯกทม. เริ่มเปิดศึก ถึงตอนนั้น ยังไง เครือข่ายพลังประชารัฐ ต้องส่งสัญญาณมาให้ชัดว่า 

“ใครคือ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ในร่มเงาของ พลังประชารัฐ”  

ดีกว่าที่จะปล่อยให้คลุมเครือ จนคนกทม.ที่เป็นกองเชียร์ รัฐบาล-ลุงตู่-พลังประชารัฐ  ไม่รู้จะเลือกใครดี 

ส่วนชื่อนั้นจะเป็นใคร จะเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์หรือ ทยา ทีปสุวรรณ ที่ต่างมั่นใจว่า ถือตั๋ววีไอพีของพลังประชารัฐ มาชิงชัย หรือจะมีชื่อคนอื่นแทรกเข้ามาอีก 

สถานการณ์ต่อจากนี้ มีสิทธิ์พลิก มีโอกาสเซอร์ไพรส์ได้ทุกเมื่อ เพราะขนาดยังเหลือเวลาอีกร่วมครึ่งปี กว่าศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จะระเบิด แต่เค้าลาง ความเข้มข้น มีให้เห็นกันแต่หัววันแล้ว